Prologue (Part 5)

posted on 02 Dec 2014 21:15 by vermillionend in FuyuNoKomorebi
คำเตือน : เกิน 25% เป็นการดำน้ำ
แปลมาจากหนังสือนิยาย

[หน้า 41]

ช่วงที่เพิ่งเข้าโรงเรียนมาใหม่ๆ ซาคุยะเคยพูดกับผู้หญิงที่เป็นแม่บ้านประจำหอพักซึ่งเป็นคนดูแลหอพักอยู่ว่า “เป็นที่ๆมีอิสระมากทีเดียวเลยนะคะ”

เธอที่ตอนนั้นอายุสามสิบปลายๆ ส่วนตอนนี้อายุเลยสี่สิบไปแล้วนั้นถูกนักเรียนหอพักตั้งชื่อเล่นให้ว่า “คุณแม่” และเป็นที่คุ้นเคยกัน

เป็นไปตามชื่อเล่นนั้น เธอเผยให้เห็นรอยยิ้มที่มีความใจกว้างอยู่ แล้วก็ตอบคำถามให้กับซาคุยะที่ถามไป

“ประธานนักเรียนในยุคนั้นน่ะสุดยอดมากเลยล่ะ จริงๆนะ เป็นคนที่มีอิสระเอามากๆ แล้วก็เพราะมีความสามารถในการลงมือทำจริงด้วย พวกอาจารย์เองก็เลยอยู่ในสภาพที่ถ้าเด็กคนนั้นพูดล่ะก็ยอมให้อย่างสมบูรณ์เลยล่ะ”

“เรื่องนั้นสุดยอดเลยนะคะ แต่ก็รู้สึกว่าไม่ได้พอใจไปซะทีเดียวกับเรื่องที่ความเห็นของนักเรียนไปได้ไกลถึงขนาดนั้นเหมือนกันค่ะ……เป็นท่านที่มีอะไรพิเศษหรือคะ ?  อย่างเช่นบ้านมีทรัพย์สมบัติมากเลยมียอดเงินบริจาคเยอะ”

“คิดว่าไม่มีเรื่องแบบนั้นหรอก เคยได้ยินว่าเป็นตระกูลเก่าแก่อะไรซักอย่าง แต่ก็แค่นั้นจริงๆ แค่เธอสุดยอดมากๆ”

มองออกไปไกลๆแล้วเล่าถึงเรื่องในยุคนั้น พอเห็นแบบนั้นซาคุยะก็นึกถึงเรื่องนั้นขึ้นมา

เฉพาะตอนนั้นเท่านั้นที่จะเห็นแม่บ้านประจำหอเปลี่ยนจากหน้าที่แม่ของนักเรียนหอพักตามชื่อเล่นกลายเป็นผู้หญิงคนหนึ่ง

แต่เรื่องนั้น ในตอนนั้นเป็นไปไม่ได้เลยที่ซาคุยะที่เพิ่งรู้จักกันไม่นานจะสังเกตเห็นได้เอง แค่ได้ตั้งใจฟังเรื่องมาเท่านั้น

 

[หน้า 42]

“เป็นเด็กที่น่าสนใจจริงๆนะ มีความสามารถลงมือทำจริงผิดกับรูปลักษณ์ภายนอก เรื่องทุกอย่างที่ทำยุ่งเหยิงสุดๆเลยล่ะ ถึงอย่างนั้นพอเรื่องจบลงกลับไปได้สวยจนน่าแปลกใจ เลยคิดว่าอาจารย์เองก็ลำบากเหมือนกัน”

“หา……ยังไงไม่รู้แต่เป็นท่านที่สุดๆไปเลยสินะคะ”

“อื้อ จริงๆ”

พอพูดแบบนั้นแล้วก็มองซาคุยะ

ที่เผยรอยยิ้มซึ่งมีท่าทางสนุกสนานและดูแปลกประหลาดออกมาให้เห็นนั้นได้กลายเป็นความรู้สึกที่ตราตรึงอยู่ในใจ

“แต่ตอนนั้นสนุกมากเลย ตอนนั้นฉันเป็นแค่นักเรียนด้วย ที่ได้รู้จักกับเด็กคนนั้นก็เป็นช่วงหลังจากที่เข้าโรงเรียนไปแล้ว และที่คบหากันก็มีแค่ตอนปีสาม แต่เรื่องในตอนนั้นแม้แต่ตอนนี้เองก็ยังไม่ลืมเลยล่ะ”

“ถ้าเป็นท่านที่น่าสนุกขนาดนั้นก็อยากลองพบดูค่ะ แต่ยังไง คิดว่าจบการศึกษาไปนานแล้ว ท่าทางจะไม่มาที่โรงเรียนนะคะ”

“……นั่นสินะ แต่ว่า……อื้อ แต่ว่าคิดว่าอาจารย์ที่อยู่ในยุคนั้นเองก็ต้องสนุกแน่นอน  และตอนนี้เองก็คงกำลังสนุกกับบรรยากาศที่เป็นอิสระของโรงเรียน เพราะแบบนั้น มีแค่เรื่องหนึ่งที่อยากจะขอร้องเธอที่เข้ามายังหอพักนี้”

 

[หน้า 43]

“ขอร้อง เหรอคะ ?”

“อื้อ สนุกกับโรงเรียนนี้ไปนะ เพราะช่วงเวลาจนถึงตอนจบการศึกษาเหมือนจะยาวแต่ก็สั้น ทำให้เต็มที่นะ”

“เข้าใจแล้วค่ะ”

 

 

การถามตอบที่ไม่เข้าใจความหมายในตอนนั้นเองก็เช่นกัน ซาคุยะที่ขึ้นปีสามและมีการจบการศึกษามารออยู่ใกล้ๆนั้นสามารถเข้าใจได้แล้ว

ซาคุยะไม่ได้เป็นฝั่งริเริ่มงานเหมือนประธานนักเรียนในอดีตที่ไม่รู้แม้แต่ชื่อ เป็นฝั่งที่ถูกลากไปลากมาอยู่อย่างเดียว แต่ก็รู้สึกได้ว่ามีเหตุการณ์มากมายเกิดขึ้น

ทว่า การตีความกิจกรรมแบบกว้างๆโดยใช้คำว่าการพึ่งพาตัวเองของนักเรียนเป็นพื้นฐาน แล้วทำตามใจตัวเองคือสิ่งที่เป็นปัญหา

ไม่รู้ทำไมถึงได้กลายเป็นว่าซาคุยะถูกดึงเข้าไปเอี่ยวด้วยทุกครั้ง

แล้วครั้งนี้เองก็ไม่ได้เป็นข้อยกเว้น ฟังเรื่องชุมนุมไป แล้วก็ถอนหายใจอย่างเศร้าๆอยู่ภายในใจโดยคิดเช่นนั้น

“แล้ว MSF นั่นมันมีอะไรเหรอคะ ?  ไม่สิ ควรจะถามว่าจุดมุ่งหมายของเนื้อหากิจกรรมคืออะไรกันแน่คะ”

“ยังไม่เข้าใจรึเปล่าน้า ถ้าให้ใบ้ล่ะก็ F คือคำว่าแฟนคลับนะ”

 

[หน้า 44]

“……F คือคำว่าแฟนคลับเหรอคะ ?  ถ้าอย่างนั้นสองตัวหน้าก็……อ๊ะ !”

พอพูดไปก็รู้ตัว

อักษรภาษาอังกฤษสามตัว แล้วถ้าตัวสุดท้ายคือคำว่าแฟนคลับล่ะก็ แน่นอนว่าสองตัวหน้าจะต้องเป็นอักษรตัวแรกของชื่อหรือไม่ชื่อย่อ

“ใช่ๆ เป็นคำขอร้องอย่างยิ่งยวดจากมินางามิ ซาคุยะแฟนคลับน่ะนะ ถูกไหว้วานมาว่าไม่ว่ายังไงก็ต้องให้มาร่วมงานเลี้ยงคริสต์มาสให้ได้น่ะ”

 

 

“ดะ เดี๋ยวค่ะ……อยากจะขอเวลาเรียบเรียงความคิดซักครู่น่ะค่ะ”

“ได้สิ ว่าแต่มีอะไรงั้นเหรอ ?”

“ไม่ใช่มีอะไรงั้นเหรอนะคะ !”

ระเบิดอารมณ์ใส่ทั้งสองคน ทั้งคู่ถอยห่างออกไปหลายก้าวราวกับถูกซาคุยะข่มขวัญ

“เดิมทีเรื่องที่นักเรียนธรรมดาๆมีแฟนคลับเนี่ย ล้อเล่นอะไรกันคะ !  แถมชุมนุมเนี่ยมันกิจกรรมของโรงเรียนไม่ใช่เหรอไงค่ะ !  เป็นไปไม่ได้ค่ะ มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ค่ะ ที่นี่เนี่ย !”

“น่าๆ ไม่ใช่เรื่องที่ต้องตกใจขนาดนั้นซักหน่อยไม่ใช่เหรอ”

“เป็นเรื่องตกใจสิคะ !  มีมาตั้งแต่เมื่อไรกันคะ”

 

 

[หน้า 45]

“เท่าที่ฉันรู้ ตอนต้นปีสองก็มีอยู่แล้วรึเปล่านะ ?”

“ที่ชั้นรู้ว่ามีคือตอนงานวัฒนธรรมช่วงนั้นรึเปล่านะ รุ่นน้องมาถ่ายรูปซาคุยะในชุดเมดกันใหญ่เลยด้วยนะ”

“ตะ ตั้งแต่ในอดีตแบบนั้น……”

ไหล่ตกทันที พอได้รู้ถึงด้านมืดของโรงเรียนที่ตัวเองอยู่ก็ไม่อาจตามความแตกต่างได้ทัน ซาคุยะคิดเช่นนั้นด้วยจิตใจที่สับสน

“แบบนี้ก็เลี่ยงการประกวดคอสเพลย์ซานต้าโป๊ๆไม่ได้แล้วสินะ”

“ไม่เอาค่ะ”

“เพราะซาคุยะหุ่นดีน้า ถึงจะเป็นมินิสเกิร์ตฟูๆก็เข้ากันแน่ๆเนอะ”

“ไม่ใส่เด็ดขาดค่ะ”

“โดยเฉพาะเด็กผู้หญิงที่พูดแบบนี้เนี่ยจะเข้ากันได้ดีจนน่าประหลาดใจบ้าง……”

“พอถึงวันจริงเข้าก็เกิดมีใจขึ้นมา ปล่อยฟีโรโมนไปทั่ว แล้วก็ชนะคนเดียวบ้าง……”

“จะว่าไปซาคุยะมีแฟนอยู่สินะ”

“งั้นก็ต้องถ่ายรูปไว้เยอะๆเพื่อแฟนคนนั้นด้วยไม่ใช่เหรอ”

“ถ้าเป็นแบบนั้นแล้วชุดโป๊ๆจะดีกว่าสินะ”

“การพิจารณาตัดสินชุดว่ายน้ำเนี่ย มีรึเปล่านะ”

 

[หน้า 47]

“อะ อ๊า……”

ซาคุยะเผลอจินตนาการภาพนั้นในความเป็นจริงเข้า

ถ้าเป็นพี่ชายล่ะก็คงจะดีใจมากแน่ๆ แล้วคงจะเชียร์แบบไร้ความรับผิดชอบว่าให้เอามาให้ดูด้วยไม่ผิดแน่นอน

“ฝันร้ายชัดๆ……”

ต้องทำอะไรซักอย่างเดี๋ยวนี้เลย ซาคุยะสาบานเช่นนั้นอยู่ในใจ

 

 

“เพราะแบบนั้น ไม่ใช่เรื่องน่าหัวเราะนะคะ”

หลังเลิกเรียน มีเสียงของซาคุยะที่เหมือนจะลดเสียงลงมาแต่ดูมีพลังดังขึ้นมาจากป่าที่อยู่กลางทางระหว่างตึกเรียนกับหอพัก

‘ฮะๆ แต่ว่าในฐานะพี่ชายแล้วก็ดีใจที่น้องสาวเป็นที่ชื่นชอบนะ’

“เป็นที่ชื่นชอบเนี่ย เป็นเด็กผู้หญิงเหมือนกันไม่ใช่เหรอคะ……แถมยังไม่เข้าใจเหตุผลเลยด้วย”

‘งั้นเหรอ ?  แต่คิดว่าเหตุผลน่ะมีนับไม่ถ้วนเลยนะ’

“……เหตุผลแบบไหนเหรอคะ”

 

[หน้า 48]

‘อย่างเช่นมีความรู้สึกดีๆให้กับซาคุยะอย่างบริสุทธิ์ไร้สิ่งเจือปน’

“เพราะแบบนั้นถึงได้บอกว่าเป็นเด็กผู้หญิงไงคะ ?”

‘เรื่องนั้นเป็นอคติที่มีอยู่ก่อนไม่ใช่เหรอ เดี๋ยวนี้แม้แต่ผู้หญิงด้วยกันเองก็ประมาทไม่ได้นะ’

“เรื่องแบบนั้นไม่มีทาง”

‘งั้นเธออยู่ที่โรงเรียนมาสามปี แล้วไม่เคยได้ยินเรื่องทำนองนั้นเลยแม้แต่นิดเดียวเหรอ ?’

“ระ เรื่องนั้น”

ให้พูดตรงๆ ไม่ใช่ว่าจะไม่มี

ที่ได้ยินเป็นครั้งแรกคือตอนปีหนึ่งช่วงที่เพิ่งเข้ามาเรียน เด็กผู้หญิงที่เป็นเพื่อนร่วมชั้นพูดขึ้นมาในการพูดคุยสัพเพเหระที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญตอนมื้อกลางวันว่า “สารภาพรักกับรุ่นพี่ไปแล้ว”

เด็กที่ท่าทางรู้เรื่องราวอยู่ก่อนแล้วพอได้ยินเรื่องนั้นก็ส่งเสียงกรี๊ดด้วยความดีใจออกมา แม้แต่ตอนนี้ก็ยังจำเรื่องที่ตกตะลึงกับเรื่องที่เกิดขึ้นมาอย่างกะทันหันได้อยู่

จำได้แบบลางๆว่าตอนนั้นซาคุยะได้พูดทำนองว่า “ดีจังเลยนะที่สมหวัง” ไป

ปฏิกิริยาของฝ่ายที่ถูกพูดใส่ให้บรรยากาศเหมือนกับว่ากำลังอึ้งไปเล็กน้อย ซาคุยะเองก็ไม่เข้าใจความหมายแล้วเอียงคอสงสัยไปครู่หนึ่ง

หลายวันต่อมา คราวนี้ได้ฟังความทุกข์ว่า “ท่าทีของอีกฝ่ายเย็นชา ไม่อ่อนโยนด้วย”

 

[หน้า 49]

ถามไปในฐานะข้อสงสัยธรรมดาๆว่า “อีกฝ่ายเป็นคนแบบไหนเหรอคะ”

คำตอบที่มีให้กับสิ่งนั้น แม้แต่ตอนนี้ก็ยังจดจำได้ดี สถานการณ์ที่ลำบากใจทำอะไรไม่ถูกขนาดนั้นไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยๆ

“คุณมินางามิก็รู้จักใช่ไหมล่ะ ?  รุ่นพี่ชิซุฮาระที่อยู่ปีสาม”

ที่ได้รู้ซึ้งว่าสีหน้าตกใจแข็งทื่อแบบในหนังสือการ์ตูนเป็นความจริงนั้นก็มีตอนนี้เป็นครั้งแรก

อีกฝ่ายที่อยู่ในใจเป็นเด็กผู้หญิง แล้วพอสารภาพความรู้สึกที่มีต่อเธอไปก็พบว่าใจตรงกัน เหตุการณ์นี้เกินข่ายความเข้าใจของซาคุยะไป

ทว่า ที่ลำบากใจทำอะไรไม่ถูกมีแค่ซาคุยะ และเด็กคนอื่นก็เห็นเป็นแค่เหตุการณ์ธรรมดาๆแล้วต่อว่าท่าทีของอีกฝ่ายกับปลอบใจเพื่อนร่วมชั้นที่ซึมเศร้ากับแผลใจ

“……ก็ ไม่ใช่ว่าจะไม่มีหรอกนะคะแต่ว่า……”

‘กะไว้แล้วว่าพอเป็นโรงเรียนหญิงล้วนแล้วหัวข้อสนทนาแบบนั้นเป็นอะไรที่มีมากมายเหลือล้นน่ะน้า’

“เพราะไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรน่ะคะ ส่วนใหญ่ที่นี่ไม่มีเด็กที่รักเพศเดียวกันเองอย่างจริงจังอยู่หรอกค่ะ”

ผ่านไปหลายสัปดาห์หลังจากแรงช็อคที่เรียกได้ว่าเป็นอาการสับสนอย่างสุดขั้ว ข้อสรุปที่ซาคุยะซึ่งสงบใจลงจนสามารถกวาดตามองไปยังรอบข้างพิจารณาออกมาคือสิ่งนั้น

สรุปคือเป็นแค่การเล่นเลียนแบบ

 

[หน้า 50]

ในโรงเรียนนี้มีผู้ชายน้อย

ถ้าตัดอาจารย์ที่มีจำนวนน้อยมากๆออกไปแล้วล่ะก็จะมีแค่พ่อค้าที่เข้าออกโรงเรียนเท่านั้น

ถึงจะพูดแบบนั้น แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะถูกตัดขาดจากโลกภายนอกโดยสมบูรณ์ ถ้าออกจากโรงเรียนแล้วไปทางสถานีก็มีคนที่เดินสวนกันหรือคนในร้าน นอกจากนี้ยังมีพวกนักเรียนโรงเรียนอื่นที่อยู่ในละแวกใกล้ๆ เรื่องอย่างโอกาสได้สัมผัสกับเพศตรงข้ามจะมีเท่าไรก็มีได้

ทว่า แทบจะไม่มีนักเรียนที่ใฝ่หาการพบเจอแบบนั้นอยู่เลย

เพราะว่าการคบกับผู้ชายนั้นสำหรับพวกเธอแล้วถือเป็นการลงสนามจริง

ในพื้นที่ปิดแคบๆที่เรียกว่าโรงเรียนนั้น พวกเธอได้โอบอุ้มความรู้สึกที่เหมือนจะอยู่ตรงกลางระหว่างความรักกับความหลงไว้ให้กับเพศเดียวกันที่มีอายุมากกว่าและควรค่าแก่การพึ่งพา

แล้วถ้าได้รับตอบรับจากอีกฝ่าย ก็จะถูกความรู้สึกที่เกิดขึ้นระหว่างทั้งคู่ควบคุมชักจูงและเล่นสนุก

แต่ว่าเรื่องนั้นถ้าให้เทียบกับการมีความรักจริงๆกับคนอื่นที่ไม่คุ้นเคยแล้วก็เป็นเหมือนคลื่นน้ำที่สงบมากๆ------กล่าวคือเป็นการฝึกและเป็นการเล่นเลียนแบบ

“ถ้าพูดไปว่าเป็นอีกประเภทหนึ่งของ Father Complex อาจจะฟังดูแปลกๆก็ได้ แต่ว่าหนูตีความว่าแบบนั้นค่ะ”

‘ระหว่างคุณพ่อกับเด็กผู้หญิงเนี่ยต่างกันเยอะเลยไม่ใช่เหรอไง ถ้าถามพี่ว่าเรียกแบบไหน  เรียกว่าผู้หญิงด้วยกันน่าจะดีกว่านะ พ่อกับลูกสาวเนี่ยพอจินตนาการเห็นภาพชัดแล้วมันรู้สึกไม่ดี’

 

ตอนถัดไป

Comment

Comment:

Tweet