Chapter 2 (Part 4)

posted on 16 Dec 2014 05:35 by vermillionend in FuyuNoKomorebi
คำเตือน : เกิน 25% เป็นการดำน้ำ
แปลมาจากหนังสือนิยาย

[หน้า 171]

ตัดสินใจออกไปข้างนอก

ณ ตอนนี้ไม่มีรายงานการพบเห็นในพื้นที่โรงเรียน ออกไปข้างนอกคงจะมีความเป็นไปได้มากกว่า

“……บอกกับพี่ชายไว้ว่าอย่าทำเรื่องอันตราย แล้วตัวเองก็……เฮ้อ”

มองย้อนกลับมาดูตัวเองแล้วถอนหายใจออกมา

ที่โคสุเกะเข้าไปยุ่งเรื่องต่างๆโดยรู้ถึงอันตรายอยู่แล้วนั้นเป็นสภาพจิตใจแบบนี้รึเปล่านะ เพราะคนที่รู้ความเป็นไปมีแค่ตัวเองเท่านั้น เลยลงแรงเพื่อคนอื่น……คิดว่านั่นเป็นยาเสพติดชนิดหนึ่ง

ทั้งๆที่ปล่อยไว้ก็ดีแล้วแท้ๆ แต่กลับทำแบบนั้นไม่ได้

รู้สึกว่าได้ทอดทิ้งผู้อื่น จนทรมานใจ

พอตกอยู่ในสภาพจิตใจแบบนั้นแล้ว ขยับตัวไปจะสบายใจกว่า

พี่ชายตอนอยู่ที่หมู่บ้านมินาคามิเองก็มีความรู้สึกแบบนี้รึเปล่านะ

……ไม่สิ ต่างกันแน่ๆ

สิ่งที่ตัวเองแบกรับไว้นั้นต่างไปจากพี่ชาย สืบทอดสายเลือดของนางฟ้า แล้วครั้งหนึ่งก็เคยเกือบจะถูกดูดกลืนเข้าไป

ความทรงจำ, ความรู้สึก และความสิ้นหวังในตอนนั้น

รู้สึกว่าเรื่องสัตว์ประหลาดสร้างความวุ่นวายที่มีต้นเหตุมาจากนางฟ้านั้นเป็นความรับผิดชอบของตัวเองเข้า

เรื่องนั้นครึ่งหนึ่งเป็นการปักใจเชื่อไปเอง ไม่มีทางที่คนในอนาคตจะสามารถรับผิดชอบการกระทำที่เกิดขึ้นในอดีตได้

ทว่า อีกครึ่งหนึ่งก็ต้องคิดอยู่ที่ไหนซักแห่งภายในใจว่าสามารถทำอะไรซักอย่างได้ไม่ใช่เหรอไง

 

[หน้า 172]

ก่อนที่จะถูกครอบงำจิตใจ ขัดขืนให้มากกว่านี้ไม่ได้เหรอไง

แล้วตั้งแต่ก่อนหน้านั้นไปอีก ในวัยเด็กถ้ายับยั้งมันไว้ได้ล่ะก็ ไม่ใช่ว่าตอนนี้เองแม่ก็ยังมีชีวิตอยู่หรอกเหรอ

ความรู้สึกละอายได้ฝังรากอยู่ในอกของซาคุยะไม่ยอมห่าง

ในขณะที่เดินไปในความมืด ก็ตั้งใจฟังเสียงอย่างระมัดระวัง

ห้ามฟังพลาดแม้แต่เสียงเล็กน้อย

……ซาคุยะรู้สึกถึงความแปลกแยกเกี่ยวกับเรื่องที่มีสัตว์ประหลาดโผล่มาที่โรงเรียน

ในตอนที่พ้นจากป่ามาแล้วเห็นเมือง จู่ๆก็นึกขึ้นมา

ถ้าจะโจมตีมนุษย์ล่ะก็ แม้จะไม่ถ่อมาถึงสถานที่แบบนี้ซึ่งห่างจากหมู่บ้านมินาคามิก็ยังมีบ้านคนอยู่เยอะ

แต่ก็ไม่เคยได้ยินเรื่องที่ว่าแถวนี้มีความเสียหายขนาดใหญ่เกิดขึ้น

ถ้าอย่างนั้นไม่ใช่ว่ามีเหตุผลอื่นอยู่หรอกเหรอ ?

ความเป็นไปได้มีสามอย่าง

อย่างแรกคือเป็นเรื่องเข้าใจผิด

ซาคุยะแตกตื่นเกินไปกับคดีที่ไม่เกี่ยวข้องกับยามาวาโระ

อย่างที่สองคือเป็นเรื่องบังเอิญ

ถิ่นอาศัยของมนุษย์นั้นไม่ใช่ที่ๆสัตว์จะอาศัยอยู่ เรื่องที่สถานที่ๆออกจากภูเขา มุ่งหน้าไปยังอีกฟากของป่าแล้วดั้นด้นมาถึงอย่างยากลำบากคือโรงเรียนที่ตั้งอยู่ในป่านั้น ดูจากสามัญสำนึกของสัตว์แล้วไม่ใช่ว่าจะไม่เข้าใจ

 

[หน้า 173]

แล้วอย่างสุดท้ายคือเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

ที่โรงเรียนนี้มีซาคุยะซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับยามาวาโระเป็นอย่างมากอยู่ แล้วเรื่องที่มาปรากฏตัวขึ้นที่นั่นนั้นทั้งหมดมีความเกี่ยวข้องกัน

“…………”

ดั้นด้นมาถึงทางออกของป่า เลยย้อนกลับไปยังถนนที่เดินมา

เคล็ดลับที่ทำให้ไม่เห็นเป็นพฤติกรรมน่าสงสัยคือการเปลี่ยนเป็นท่าทีจริงจังให้เห็นกันจะๆ

ถ้าเกิดถูกถามขึ้นมาล่ะก็ตั้งใจจะยืนกรานไปว่าลืมกระเป๋าสตางค์ แล้วกำลังรอให้คนรู้จักผ่านมาอยู่

โชคดี หรือควรจะเรียกว่าเป็นโชคร้ายด้วย โอกาสได้ใช้ข้อแก้ตัวนั้นไม่มาเยือน

รู้สึกว่าได้ยินเสียงอะไรบางอย่างดังมาจากในป่า

นั่นเป็นเพียงเสียงเล็กน้อยที่ไม่มีทางมาถึงหูคนได้แน่ๆ แต่ซาคุยะในตอนนี้รู้สึกได้

เป็นเพราะผ้าคลุมนางฟ้าของกิงโกะงั้นเหรอ หรือเป็นเพราะผลตกค้างจากการที่เคยได้รับประสาทสัมผัสของสัตว์มาแล้วครั้งหนึ่งงั้นเหรอ หรือไม่ก็เป็นเพราะกำลังเพ่งสมาธิอย่างสุดขีดอยู่งั้นเหรอ เรื่องนั้นไม่รู้

สำหรับซาคุยะในตอนนี้แล้ว เรื่องที่รู้สึกได้ถึงความผิดปกตินั้นสำคัญกว่า เรื่องอื่นนอกเหนือจากนั้นจะเป็นยังไงก็ได้

วิ่งตัดผ่านป่าในยามค่ำคืนซึ่งมองไม่เห็นแม้แต่ที่หยั่งเท้า

 

[หน้า 174]

ทิวทัศน์ที่ปกติแล้วไม่มีทางเห็นได้นั้น ซาคุยะในตอนนี้ได้เห็นมัน

“------เฮือก------”

พอพ้นจากป่า ทัศนวิสัยก็กว้างไกลออกไปทันที

เป็นที่ว่างเล็กๆในป่าที่ถูกรักษาให้อยู่ในสภาพดี มีศาลาพักริมทางอยู่ เป็นทางเดินเล่นที่สามารถดื่มด่ำกับธรรมชาติภายในป่าได้

ตรงหน้าซาคุยะที่ดั้นด้นมาถึงโดยใช้ทางลัดตัดผ่านป่ามานั้น มีสาวน้อยร่างเล็กที่กำลังสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว------และมีสัตว์ประหลาดอยู่

ส่งเสียงคำรามออกมา แล้วจ้องมองไปที่สาวน้อย

กำลังกลับจากซื้อของงั้นเหรอ ที่พื้นดินมีถุงจากร้านสะดวกซื้อหล่นอยู่ และของข้างในกระจัดกระจาย

“เป็นอะไรรึเปล่าคะ ?”

มองซาคุยะที่โผล่มาอย่างกะทันหัน แล้วพยักหน้าซ้ำไปซ้ำมาหลายครั้ง

จำใบหน้านั้นได้ เป็นโฮนามิจากชมรมเลี้ยงสัตว์ที่เจอกันตรงด้านหลังของตึกเรียนเมื่อตอนเย็น

ในขณะที่สะกดความเครียดกับความหวาดกลัวที่พุ่งสูงขึ้น ก็ออกมายืนอยู่เบื้องหน้าสาวน้อย

ไม่ว่าจะพยายามอดกลั้นไว้เท่าไร ถึงจะเกือบสะกดกลั้นไว้ได้ครั้งนึงแล้ว แต่ก็ต้องยืนตัวงอด้วยความหวาดกลัวกับรูปร่างประหลาดที่อยู่เบื้องหน้า

“ระ รุ่นพี่……อะ ไอ้นั่น……มัน มันอะไรกันคะ……?”

“สงบใจไว้ ไม่เป็นไรหรอกค่ะ”

พูดอย่างแน่วแน่กับรุ่นน้องที่จับยึดแผ่นหลังของซาคุยะไว้อยู่

 

[หน้า 175]

เพื่อไม่ให้เสียงของตัวเองสั่น เพื่อให้ควรค่ากับที่ได้รับการพึ่งพาในทันที เลยพยายามใส่แรงเข้าไปบริเวณใต้ช่องท้องที่ทำท่าจะกลัวจนขยับไม่ได้อย่างสุดความสามารถ

ที่อยู่เบื้องหน้านั้นพูดได้แค่ว่าเป็นสัตว์ประหลาด

เดิมเป็นสิ่งมีชีวิตแบบไหนกันแน่นะ เป็นสัตว์ป่าขนาดกลางอย่างกวางหรืออะไรงั้นเหรอ ตรงนั้นตรงนี้ของร่างกายผิดรูปไป  ไม่ได้อยู่ในรูปร่างเดิม ตรงกลางของร่างกายมีข้อต่อขนาดใหญ่อยู่ เนื้อก็ปูดขึ้นมาเหมือนกับอูฐ

มีข้อต่อกระดูกของขาหน้าเยอะกว่าสัตว์สี่เท้าธรรมดาทั่วไป เหมือนกับว่าตั้งแต่กลางทางเป็นต้นไปได้ฝืนเอาของๆตัวอื่นมาติดยังไงยังงั้น

เรื่องอย่างที่กวางซึ่งเป็นร่างเดิมจะโจมตีสัตว์อื่นอะไรนั่น น่าจะเป็นไปไม่ได้

แต่สิ่งนั้น ตอนนี้ได้พ่นลมหายใจออกมาอย่างดุร้าย แล้วจับจ้องมาที่ซาคุยะ

“ทำไมคุณถึงได้มาอยู่ในที่แบบนี้เหรอคะ ?”

“ฉะ ฉันอยากจะแก้ข้อกล่าวหาผิดๆของคุโร่ ก็เลยตามหามาตลอด แล้วพอทำแบบนั้นก็มาเจอแบบนี้……”

“นั่นหมายถึงสัตว์ที่เคยให้การดูแลอยู่สินะคะ หาเจอรึยังคะ ?”

“มะ ไม่ค่ะ นั่น……ยัง……”

บางทีนั่นอาจจะเป็นซากศพที่กิงโกะเห็นก็ได้

“เหรอคะ……  ……เฮือก !?”

 

[หน้า 177]

สัตว์ร้ายได้เตะพื้น นัยน์ตาของซาคุยะสะท้อนภาพออกมาแค่นั้น

รีบปกป้องเด็กสาวที่อยู่ข้างหลังโดยการกอดไว้ในทันที

------ฝากด้วยนะคะ คุณกิงโกะ…… !

ไม่รู้ว่าผ้าคลุมนางฟ้าป้องกันได้ประมาณไหน เตรียมตัวรับการกระแทกโดยใช้หลังของตัวเองเป็นโล่

พร้อมๆกับเสียงฟาดโลหะอย่างแรงดัง กึง !  ก็รู้สึกถึงการหายไปของแรงดึงดูด

ถูกเหวี่ยงกระเด็นไปไกลทั้งๆที่ยังโอบกอดไว้อยู่ ลอยไปชั่วพริบตาหนึ่งแล้วกลิ้งไปบนพื้นดิน

เนื่องจากกอดไว้แน่น น้ำหนักในส่วนของสองคนเลยเทลงไปยังแขนข้างที่ถูกทับ

ถ้าเป็นตามปกติล่ะก็ถึงจะหักก็ไม่แปลกแน่ๆ

“……เอ๊ะ……”

แขนไม่หัก

เป็นการกระแทกที่รุนแรง แต่ก็แค่นั้น ความเจ็บปวดทื่อๆแล่นไปทั่วร่างโดยมีแผ่นหลังที่ชนปะทะเป็นศูนย์กลาง แต่ดูเหมือนจะไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรมากนัก

ทางเด็กสาวผู้ได้รับการปกป้องกำลังหอบหายใจไออย่างรุนแรงเพราะความเจ็บปวดจากการตกพื้นอยู่ ควรจะพูดว่าบาดเจ็บหนักกว่าซาคุยะที่เป็นฝ่ายปกป้องซะอีก

“ยืนไหวไหมคะ ?”

“ขะ ค่ะ”

ถูกซัดกระเด็นไปไกลเลยได้ระยะห่างมา

 

[หน้า 178]

ช่วยให้เด็กสาวลุกขึ้นยืน แล้วดันหลัง

“ไปซะ วิ่งไปเถอะค่ะ”

“ตะ แต่รุ่นพี่------”

“ฉันไม่เป็นไรหรอกค่ะ เดี๋ยวก็มีคนมาช่วยแล้วด้วย”

“เอ๊ะ ?  คะ ใครกันเหรอคะ ?”

กำลังสับสนอยู่งั้นเหรอ ดูเหมือนจะไม่รู้ว่าตัวเองควรจะทำยังไงดี

“กรุณาไปซะเถอะค่ะ”

ดันหลังอีกครั้งแล้วผลักให้กระเด็น

กวางเล็งมาที่ซาคุยะแล้วรักษาระยะห่างไว้อยู่

เหมือนกับว่ากำลังสงสัยเรื่องที่ถึงจะโดนการโจมตีเมื่อกี้ไปแล้วก็ยังนิ่งเฉยได้อยู่

นั่นดูคล้ายมนุษย์เกินไปแล้ว เป็นการเคลื่อนไหวที่เหมือนกับมีสติปัญญาอยู่

ยามาวาโระนั้นเดิมทีได้รับคำสาปของนางฟ้าแล้วถูกสั่งให้เคลื่อนไหว ในบรรดาพวกที่นำเศษเสี้ยวของผ้าคลุมนางฟ้าเข้าไปในร่างกายมากนั้น ถึงจะมีตัวที่มีวิธีคิดแบบมนุษย์อยู่ก็ไม่แปลกอะไร

ใช้ขาที่มีข้อต่อกระดูกเยอะเกลี่ยพื้นดินหลายครั้ง นั่นราวกับจะพุ่งเข้ามา------

“------อึก !!”

คิดว่าบางทีคงใช้สองมือกันไว้ ซาคุยะรับรู้ได้แค่นั้น

 

[หน้า 179]

ในพริบตาที่คิดว่าจะวิ่งเข้ามา ก็ถูกซัดกระเด็นไป

แทนการไม่ได้รับบาดแผลภายนอก แรงกระแทกสะเทือนมาทั่วร่าง

“อุก……”

รับการโจมตีแบบนั้นหลายครั้งไม่ได้

ดูเหมือนยามาวาโระกำลังเล็งซาคุยะเป็นเป้าหมายอยู่

“อ๊ะ------”

กลิ้งหลบไปทั้งๆที่ยังอยู่ในสภาพที่ถูกซัดกระเด็น

กีบเท้าได้พุ่งผ่านสถานที่ๆร่างของซาคุยะเคยอยู่จนถึงเมื่อกี้ไป

“แฮ่ก……แฮ่ก”

อันตราย เมื่อกี้อันตรายจริงๆ

ถึงจะถูกเหยียบก็อาจจะไม่เป็นไรก็ได้ แต่ไม่มีความกล้าที่จะลองทดสอบต่อหน้าร่างขนาดใหญ่ที่วิ่งมาแบบพื้นดินสะเทือน

ข่มการสั่นเทาของร่างกายเอาไว้

ต้องยื้อเวลาให้มากกว่านี้อีกหน่อย จนกว่ากิงโกะจะมาถึงแล้วเด็กคนนั้นหนีรอดไปได้

“โทษทีที่ให้รอ !”

เสียงอันสดใสที่ดังก้องขึ้นมาอย่างกะทันหันนั้น ได้ยินราวกับเป็นการชี้นำของพระเจ้าก็มิปาน

 

[หน้า 180]

กิงโกะที่โดดลงมายืนข้างหน้าซาคุยะนั้น จ้องมองไปที่ร่างของสัตว์ประหลาดโดยไม่ประมาท

“……ไม่คิดเลยนะว่าตัวที่ใหญ่ขนาดนี้จะอยู่อย่างสงบเสงี่ยมมาจนถึงตอนนี้”

“ไหวรึเปล่าคะ……?”

“สบายมากๆ แต่เพราะจะขอผ้าคลุมนางฟ้าคืน คราวนี้ระวังบาดเจ็บด้วยนะ”

“เข้าใจแล้วค่ะ”

นำมือไปวางซ้อนกับมือที่ยื่นมาหาซาคุยะ

มีความรู้สึกเหมือนกับว่าอะไรบางอย่างบนร่างกายของตัวเองได้หลุดออก แล้วไหลไปทางกิงโกะ

“ช่วยถอยไปทีนะ แล้วถ้าเกิดมันไปทางนั้นล่ะก็ให้หาสิ่งกีดขวางอะไรมาขวางไว้แล้วค่อยหนีนะ เพราะรู้สึกว่าท่าทางจะอ้อมไม่เก่ง”

“ค่ะ”

ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของกิงโกะแล้วถอยไปอย่างว่าง่าย

แผ่นที่ถืออยู่ในมือกลายเป็นคาตานะเล่มยาวในพริบตา

ใช้ผ้าคลุมนางฟ้าที่เหลือพันแขนอีกข้างไว้อยู่ คงตั้งใจจะใช้เป็นโล่

พุ่งออกไปข้างหน้าโดยไม่มีแม้แต่เสียง

สัตว์ร้ายกระโดดไปไกล หลบคมดาบที่ฟันลงมา            

คมดาบที่หยุดไม่อยู่ได้แทงพื้นดิน ความคมเป็นเลิศส่งผลตรงข้ามออกมางั้นเหรอ ใบมีดได้ไถลเข้าไปลึกในพื้นดิน

 

ตอนถัดไป

Comment

Comment:

Tweet