Chapter 4 (Part 3)

posted on 25 Dec 2014 20:42 by vermillionend in FuyuNoKomorebi
คำเตือน : เกิน 25% เป็นการดำน้ำ
แปลมาจากหนังสือนิยาย

[หน้า 251]

“……ไม่ว่าจะให้ความสำคัญขนาดไหน มนุษย์เนี่ยก็มีอยู่บ่อยๆที่ร่างกายไม่ยอมขยับเหมือนกันสินะครับ ผมเองก็ได้ตระหนักมาอย่างชัดเจนแล้วครับ”

“อื้อ ฉันคิดว่าจริงๆแล้วก็เป็นเรื่องแค่นั้นล่ะ ไม่อยากจะคิดเท่าไรเลย แต่ถ้าหากโชวโกะเป็นแบบเดียวกับทั้งสองคนในตอนนั้นแล้วล่ะก็ ฉันอาจจะทำเรื่องแบบเดียวกับที่พี่ทำก็ได้ แต่ว่านั่นเป็นเพราะโชวโกะเผชิญกับอันตราย ไม่ใช่ว่าเพราะตั้งหน้าตั้งตารออยู่หรอกนะ……พอเป็นแบบนั้นแล้ว คิดว่ายังไงสถานการณ์ที่เป็นเวลาคับขันก็เป็นแค่ของชั่วคราวน่ะจ้ะ”

“……เข้าใจแล้วครับ”

“ว่าแล้วว่าไม่ได้เป็นการตอบที่ดีเท่าไรสินะจ๊ะ”

ใช้มือพัดเอาลมเข้าหาแก้ม เป็นการบอกว่าเอาแต่เล่าอย่างออกรสเกินไปอยู่นั่นล่ะ

ที่แก้มแดงอยู่คงไม่ใช่แค่เพราะแอลกอฮอล์อย่างเดียว

“เปลี่ยนเรื่องนิดหน่อยได้มั้ยจ๊ะ ?”

“ได้แน่นอนอยู่แล้วครับ แต่……”

ซัตสึกิหัวเราะคิกคัก แล้วรินเหล้าเติมลงไปในแก้วของตัวเอง

“เป็นเรื่องเมื่อไม่นานมานี้น่ะจ้ะ ดูเหมือนโชวโกะจะไปผจญภัยในภูเขาน่ะนะ ในฐานะแม่แล้วพอคิดว่าถ้าเกิดอะไรขึ้นล่ะก็… แล้วก็เป็นห่วง แต่ดูเหมือนซาจิโกะจังก็อยู่ด้วยเหมือนกัน กอนตะเองก็อยู่ด้วย เลยบอกว่าไปดีมาดีนะไปน่ะ”

 

[หน้า 252]

“……ที่ว่าเพราะมีจิ้งจอกป่าอยู่ด้วยเนี่ย เป็นเรื่องที่สุดๆไปเลยนะครับ คนที่ไม่รู้คงจะไม่เข้าใจแน่ๆ”

“นั่นสินะ แต่ดูเหมือนโชวโกะไม่ว่ายังไงก็อยากไปให้ได้น่ะ ถึงจะเป็นห่วงก็จริง แต่ก็เลยให้ไป แต่คิดว่าโชวโกะคงไม่เข้าใจความขัดแย้งในตัวฉันหรอก แล้วในฐานะแม่แล้ว การถูกลูกรู้ทันก็เป็นอะไรที่น่าอายนิดหน่อยด้วยเหมือนกันน่ะนะ”

“อาจจะเป็นแบบนั้นก็ได้นะครับ”

ถึงอย่างนั้น การให้ไปทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าจะทำเรื่องอันตรายไม่ได้หมายความว่าไม่รัก

ถึงจะมีอันตรายอยู่ แต่ก็อดกลั้นความรู้สึกที่อยากจะหยุดแล้วปล่อยให้ไป นั่นคือการมีความกล้าอีกอย่างที่ต่างออกไปอยู่

“สุดท้ายดูเหมือนจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ แล้วก็เลอะโคลนไปทั้งตัวด้วยกันกับซาจิโกะจังเลยล่ะจ้ะ ตอนนั้นฉันไม่เห็นหรอก แต่เพราะเสื้อผ้าที่เคยใส่มีออกมาตอนซักผ้า”

“……อาการบาดเจ็บไม่เป็นไรเหรอครับ ?”

“ดูเหมือนจะบาดเจ็บนิดหน่อย แต่ก็เป็นอะไรที่เบาๆน่ะนะ ……แต่ตั้งแต่วันถัดมาโชวโกะก็มีสีหน้าสดใสเลยล่ะ”

 

[หน้า 253]

“ดีจังเลยนะครับ”

“จริงๆจ้ะ”

ทว่า ซัตสึกิกลับมีสีหน้ามืดมนตรงข้ามกับคำพูดโดยสิ้นเชิง จากนั้นก็ถอนหายใจเบาๆ

“แต่ว่านี่คือการมองจากแค่ผลลัพธ์ ถ้าเกิดโชวโกะไปเจออุบัติเหตุใหญ่ๆกลางภูเขาเข้าล่ะก็ ฉันคิดว่าคงจะไม่ให้อภัยตัวเอง ต้องมีชีวิตอยู่ไปโดยเสียใจภายหลังว่าทำไมถึงได้อนุญาตให้ไปกันนะไม่ผิดแน่นอนจ้ะ ในทางกลับกัน ถ้าไม่ให้ไปล่ะก็คิดว่าคราวนี้จะเป็นการทำให้โชวโกะมีสีหน้าหดหู่…… คราวนี้ในเชิงผลลัพธ์แล้วถือว่าดีนะ แต่ว่าต่อไปถ้าเกิดเรื่องที่คล้ายกันขึ้นมาล่ะก็ ไม่รู้จริงๆว่าทางไหนถูกต้องหรอกนะ”

“คุณซัตสึกิ……”

“เพราะแบบนั้นนะ โคสุเกะคุง ถ้ามีเรื่องที่กำลังลังเลอยู่ล่ะก็เลือกวิธีที่ไม่ทำให้เสียใจภายหลังก็ดีนะ เพราะคิดว่านั่นต้องเป็นเส้นทางที่ดูสมกับเป็นโคสุเกะคุงแน่นอน”

ค่อยๆซึมซับเข้ามาภายในอก

คำพูดขอบคุณปรากฏออกมาได้อย่างราบรื่น

“ขอบคุณครับ”

“ไม่เป็นไรจ้ะ ต้องการเติมมั้ยจ๊ะ ?”

“……ถ้าอย่างนั้นขออีกแค่แก้วเดียว”

หยิบแก้วที่ว่างเปล่าไปแล้ว จากนั้นซัตสึกิก็ออกจากห้องนั่งเล่นไป

 

[หน้า 254]

พระจันทร์ที่ปรากฏให้เห็นจากหน้าต่างนั้น ตอนนี้เองก็ยังส่องแสงสุกสกาวอยู่ไม่เปลี่ยนแปลง

 

 

เช้าวันต่อมา โคสุเกะเข้าไปในภูเขาด้วยกันกับซาคุยะอีกครั้ง

“ตัดสินใจรึยังว่าจะทำยังไง ?”

“ครับ”

“……ค่ะ”

เสียงของซาคุยะไม่มีพลังอยู่ สีหน้าเองก็ไม่ดีเท่าไรนัก

“เป็นพลังให้ยามาวาโระตัวนั้นไม่ได้ ถึงซาคุยะจะถูกพึ่งพิง แต่เรื่องที่พวกผมจะทำต่อยามาวาโระนั้นได้ถูกกำหนดไว้แล้วครับ”

“……ค่ะ ฉันก็เหมือนกันค่ะ”

ต่อจากโคสุเกะ ซาคุยะเองก็เห็นพ้องด้วยเช่นกัน

คำตอบนั้นสำหรับโคสุเกะแล้วถือเป็นสิ่งที่นอกเหนือความคาดหมาย

“เธอน่ะ แบบนี้ดีแล้วงั้นเหรอ ?”

“จะดีหรือจะอะไร เป็นเรื่องที่พี่พูดออกมาเองไม่ใช่เหรอไงคะ”

“นั่นก็ใช่อยู่หรอก แต่…”

 

[หน้า 255]

“เมื่อวาน พอกลับไปแล้วก็ได้คิดพิจารณาอย่างถี่ถ้วนค่ะ ฝันเห็นความฝันหลายๆเรื่อง จนเผลอตื่นขึ้นมากลางดึกด้วย”

“……ได้ยินเรื่องที่คุยกับคุณซัตสึกิงั้นเหรอ ?”

“อะไรเหรอคะ ?  นั่น”

“อ๊ะ เปล่า ถ้าแบบนั้นก็ไม่เป็นไร”

ที่บอกว่าไม่ได้ยินนั้นแปลว่าคงจะเป็นข้อสรุปที่ตัวซาคุยะได้มาเอง

คิดว่าจะฟังโดยไม่พูดแทรก แล้วโคสุเกะก็เร่งให้พูดต่อ

“ที่ฝันเห็นตอนสุดท้ายคือเรื่องของนางฟ้าเมื่อพันปีก่อน……พี่สาวของคุณกิงโกะค่ะ ใช้ชีวิตอยู่ที่หมู่บ้านแห่งนี้ด้วยท่าทางมีความสุขมาก ……พอเห็นสิ่งนั้นแล้วก็นึกได้ค่ะ ว่าต้องทำให้โศกนาฏกรรมที่เกี่ยวข้องกับคดีจบลงให้ได้ แค่รู้สึกรับผิดชอบอย่างเดียวไม่ได้ค่ะ ต้องรับผิดชอบด้วย คิดเช่นนั้นค่ะ”

“……สรุปคือ”

“เรื่องการให้ความร่วมมือในการเก็บคืนผ้าคลุมนางฟ้าที่หลงเหลืออยู่ซึ่งกระจัดกระจายไปทั่วแล้ว เรื่องที่จะให้สิ่งที่พี่ทำให้จบลงไปแล้วสูญเปล่าไม่ได้ แล้วก็…”

ซาคุยะพักตรงนั้นไว้ครู่หนึ่ง

“เรื่องที่จะปล่อยให้ทรมานไปนานกว่านี้ไม่ได้……ค่ะ”

“……งั้นเหรอ”

 

[หน้า 256]

ถ้าโคสุเกะเรียกผ้าคลุมนางฟ้าที่ส่งคืนไปยังท้องฟ้ามาล่ะก็ อาจจะสามารถรักษาร่างกายแล้วทำให้ลูกทานูกิเคลื่อนไหวในสภาพที่ยังเป็นซากศพได้ก็เป็นได้

ตอนนี้ ณ เวลานี้เอง นั่นก็คิดได้ว่าเป็นข้อเสนอที่น่าดึงดูด

ทว่า การยั่วยวนที่น่าดึงดูดใจเป็นอย่างยิ่งนั้นเป็นเหมือนกับยาเสพติด

กระหายพลังที่เกินไปกว่าตัวมนุษย์ จนผืนดินแห่งนี้มีโศกนาฏกรรมพันปีมาเยือน

จะทำเรื่องแบบเดียวกันซ้ำร้อยไม่ได้ เป็นของที่ห้ามอยู่ในการครอบครองของมนุษย์

ถ้าอย่างนั้น เรื่องที่ต้องทำก็เหมือนเดิม

การช่วยดูแลในฐานะมนุษย์เป็นตัวเลือกที่ถูกเหลือไว้ให้

“เข้าใจแล้ว ทั้งคู่เอาแบบนี้ดีแล้วสินะ”

“แต่จริงๆแล้วเรื่องอย่างเก็บรวบรวมผ้าคลุมนางฟ้าอะไรนั่นจะกลายเป็นว่าต้องขอให้คุณกิงโกะทำให้นะคะ”

“อื้อ……แต่ก็อยากให้อธิษฐานให้หน่อยนะ เพราะถึงจะไม่มีแกนกลางแล้วแต่คำอธิษฐานของทั้งคู่ต้องส่งไปถึงแน่นอน”

ซาคุยะจ้องตรงไปข้างหน้า

พยักหน้าอย่างมั่นคงด้วยสีหน้าที่ดูห่อเหี่ยวกว่าตอนที่มาเมื่อวาน

“……ค่ะ”

 

[หน้า 257]

และในป่า ทานูกิกำลังรอพวกซาคุยะอยู่ที่เดียวกับเมื่อวาน           

เมื่อวานกิงโกะพูดไว้ว่าไม่มีเวลา

ลมหายใจไม่คงที่ ทุกครั้งที่หายใจเบาๆซ้ำไปซ้ำมาท้องเล็กๆจะกระเพือมเล็กน้อย ดูเหมือนว่าแทบจะหายใจไม่ได้แล้วด้วย

“ตั้งใจจะพาไปที่บ้านอยู่หรอก แต่ไม่ว่าจะทำยังไงก็ไม่ยอมออกห่างจากที่นี่เลยน่ะนะ…… ก็เลยฆ่าเชื้อแถวนี้จนสะอาดไว้ก่อน แมลงก็ไม่ให้เข้ามาใกล้ด้วย”

“……ค่ะ”

ตอนนี้แมลงที่ตอมซากศพก็หายไปแล้วด้วยเหมือนกัน

ดูเหมือนจะไม่มีแม้แต่พลังที่จะพยุงตัวขึ้น เลยมองขึ้นมาหาซาคุยะทั้งๆที่ยังนอนอยู่

“ขอโทษนะคะ  ฉันไม่มีพลังที่จะทำให้ความปรารถนาของคุณเป็นจริงค่ะ”

คุกเข่าลงแล้วจับที่ขาหน้า

เป็นการตอบสนองทางร่างกายงั้นเหรอ หรือว่าเข้าใจความหมายงั้นเหรอ ขาหน้าที่สัมผัสนั้นขยับอยู่บนมือของซาคุยะเล็กน้อย            

“จะแค้นฉันก็ไม่เป็นไร ……จะทำให้ไม่ต้องทรมานอีกต่อไปค่ะ”

ลูบขนตรงขาหน้าอย่างอ่อนโยน

 

[หน้า 258]

เพราะอยู่ในป่า เลยยิ่งรู้สึกว่าสัมผัสราบรื่น

หายใจซ้ำไปซ้ำมาอยู่สองสามครั้ง

หลับตาที่มองขึ้นมาหาซาคุยะ จากนั้นก็ร้องด้วยเสียงเล็กๆที่แผ่วเบาดัง กิ๊ว !

“………………ฮึก”

กัดริมฝีปาก

ทั้งๆที่เป็นสัตว์ไม่มีแม้แต่ชื่อที่เพิ่งเจอกันได้ไม่นานแท้ๆ ทำไมถึงได้สะเทือนใจขนาดนี้กันนะ

ไม่ใช่แค่เพราะนำไปซ้อนทับกับอดีตของตัวเอง เรื่องนั้นต้องเป็นเพราะได้รับรู้ถึงความลึกของบาดแผลที่หลงเหลืออยู่ที่ผืนดินนี้อีกครั้งแน่นอน

เป็นเพราะนึกถึงความทุกข์ทรมานของนางฟ้าที่จำเป็นต้องสาปแช่งผืนดินที่ตัวเองรักขึ้นมาได้

“ทั้งสองคนยืนขึ้นนะ แล้วเอามือห่างออกไปนิดหน่อยก็ดี”

“เข้าใจแล้วค่ะ”

ยืนขึ้น จากนั้นก็ยื่นมือออกไปราวกับเป็นการอธิษฐาน

ไม่ได้หายใจอยู่อีกแล้ว

ที่อยู่ตรงนั้นคือสิ่งที่เคยเป็นสัตว์แม่ลูกซึ่งเคยอยู่ในภูเขานี้

ถ้าหากมีการเวียนว่ายตายเกิด ถ้าหากมีสิ่งที่เรียกว่าครั้งต่อไปอยู่ล่ะก็

แน่นอนว่าครั้งหน้าอยากจะให้ใช้ชีวิตไปอย่างสงบสุข

 

[หน้า 259]

อธิษฐานไปยังผ้าคลุมนางฟ้าที่ยังคาอยู่ที่พื้นทั้งๆอย่างนั้น

ในไม่ช้าแสงสีฟ้าจางๆก็ลอยขึ้นมา……ลอดผ่านมือของทั้งคู่แล้วลอยสูงขึ้นไปสู่ท้องนภา

 

 

 

บทถัดไป

Comment

Comment:

Tweet