Epilogue

posted on 25 Dec 2014 20:53 by vermillionend in FuyuNoKomorebi
คำเตือน : เกิน 25% เป็นการดำน้ำ
แปลมาจากหนังสือนิยาย

Epilogue

 

 

[หน้า 262]

สิ่งที่เรียกว่าการจบลงของสัปดาห์นั้นมีความรู้สึกเหนื่อยล้าที่บรรยายไม่ถูกตามมาอยู่ด้วย

ทั้งที่ตอนกลับมาจากป่ายังเป็นช่วงก่อนเที่ยงแท้ๆ พอเล่นกับโชวโกะและอิโรฮะก็กลายเป็นยามเย็นของวันอาทิตย์ไปในชั่วพริบตา

“ทำตัวตามสบายกว่านี้อีกหน่อยก็ได้แท้ๆ”

“เพราะยังอีกซักพักกว่าจะถึงปิดเทอมหน้าหนาวน่ะน้า”

“หยุดซะเลยเป็นไง ?”

“ทำได้เรอะ เรื่องแบบนั้น !”

ในขณะที่รอรถประจำทาง ก็ฟังเรื่องสัพเพเหระของพี่กับอิโรฮะไปโดยไม่ตั้งใจ

หมู่บ้านมินาคามินั้นวันนี้เองก็ไม่เปลี่ยนไป ได้ผ่านหนึ่งวันที่สงบสุขและราบรื่นไป

“แต่ก็อยากให้อยู่นานขึ้นอีกหน่อยน้า”

“พอปิดเทอมฤดูหนาวแล้วจะมาค่ะ”

“……เอ่อ เป็นไปไม่ได้ไม่ใช่เหรอไง”

“ทำไมเหรอคะ ?”

ซาคุยะเอียงคอด้วยความสงสัย

ลืมแม้แต่กำหนดการที่ตัวเองวางไว้เลยเรอะ โคสุเกะกุมขมับ

“เข้าประกวดนางงามในงานเลี้ยงคริสต์มาสไม่ใช่เหรอ ?  มีของอย่างเวลาว่างให้กลับมาทางนี้ด้วยเหรอไง”

 

[หน้า 263]

“แต่แค่วันที่ 25 วันเดียวเองนะคะ ?  คิดว่าอยู่ที่นี่ไปจนถึงตอนนั้นแล้วค่อยกลับไปราวๆวันก่อนหน้าก็คงไม่มีปัญหารึเปล่าคะ”

“เอ่อ ไม่ใช่แบบนั้น”

“ที่โคสุเกะกำลังพูดอยู่คือเรื่องที่ต้องมีเตรียมการล่วงหน้าอยู่ด้วยแน่ๆไม่ใช่เหรอน่ะนะ ไม่ใช่แค่เข้าร่วม แต่เตรียมการด้วยกันกับทุกคนด้วยใช่ไหมล่ะ ?”

“อ๊ะ……นั่นสินะคะ”

พวกเด็กรุ่นน้องอาจจะปรึกษากันเองตามอำเภอใจอีกว่าจะให้ซาคุยะใส่ชุดอะไร แล้วกำลังดำเนินการอยู่ก็เป็นได้

เพื่อไม่ให้เป็นชุดแปลกๆ คงมีแต่ต้องโผล่หน้าไปเตือนเท่านั้น

ทว่า ถ้าเป็นแบบนั้นก็ต้องคอยดูเป็นระยะไปจนถึงคริสต์มาส หากจำเป็นล่ะก็ต้องไปซื้อของด้วยกัน และอาจจะมีการจัดเตรียมสถานที่ด้วยก็ได้

และเพราะเรื่องดูหนังสือเตรียมสอบเข้าก็ปล่อยปละละเลยไม่ได้เช่นกัน……

พอลองนับนิ้วดูถึงขนาดนั้นซาคุยะก็รู้ตัว กำหนดการครึ่งแรกของปิดเทอมฤดูหนาวนั้นถมเต็มไปเรียบร้อยแล้ว

“เอ๋~ ถ้าอย่างงั้นซาคุยะจังจะไม่มาตอนคริสต์มาสเหรอ ?”

 

[หน้า 264]

“เปล่าค่ะ วันถัดไปจะมาค่ะ ไม่มีปัญหา”

“จะพูดว่าวันที่ 26 ก็เป็นคริสต์มาสด้วยเรอะไง”

“ในใจของหนูพูดค่ะ เพราะแบบนั้นอย่าเพิ่งเก็บต้นไม้นะคะ”

“งั้นโชวโกะจัง มาจัดอะไรที่บ้านกันมั้ย”

“……ยังไงคริสต์มาสที่ศาลเจ้าเนี่ย มันดูไม่ใช่ยังไงไม่รู้ไม่ใช่เหรอ…… เพราะชั้นจะมาทางนี้ด้วย มาจัดปาร์ตี้ด้วยกันทุกคนมั้ย”

“เย้ ไชโย”

“อ๊า !  นั่นขี้โกงนะคะ หนูเข้าร่วมไม่ได้ไม่ใช่เหรอไงกันคะ”

“ก็จะจัดงานสนุกกับพวกเด็กผู้หญิงในหอพักไม่ใช่เหรอ ?  สองทางในเวลาเดียวกันเนี่ยเป็นไปไม่ได้หรอก เพราะแบบนั้นคราวนี้ยอมแพ้ไปซะเถอะ”

“ก็เป็นแบบนั้นล่ะค่ะ แต่……อู……”

หัวเราะซาคุยะที่ไหล่ตกเข้าจริงๆ ในขณะที่โคสุเกะมองซาคุยะก็จินตนาการได้ว่าคริสต์มาสในหอพักหญิงเองก็คงจะเป็นอะไรที่สนุกแน่ๆ

“จะว่าไปเมื่อวานได้พูดเรื่องโยริชิโระตุ๊กตาไปสินะ”

“จู่ๆก็พูดมา มีอะไรน่ะ”

“ไม่ใช่หรอก เพราะเป็นตอนนี้ถึงได้นึกขึ้นได้น่ะ”

“……ตุ๊กตาที่สร้างขึ้นตอนเทศกาลโอบงเกี่ยวข้องกับคริสต์มาส ?”

 

[หน้า 265]

“ทางนั้นก็ไม่ค่อยเกี่ยวเท่าไรหรอก อ๊ะ ไม่สิ เกี่ยวข้องกันรึเปล่านะ ?  เมื่อวานพูดไปว่าเป็นของที่อธิษฐานให้คนใกล้ตัวปลอดภัยก็จริง แต่จะกลายเป็นเรื่องที่ว่าแล้วพวกคนที่ไม่ได้เป็นแบบนั้นล่ะจะเป็นยังไง ?  ใช่ไหมล่ะ”

“……นั่นสินะ……”

นอกจากถูกยามาวาโระเล่นงานแล้ว น่าจะมีที่ตายด้วยอุบัติเหตุหรือป่วยตายอยู่เยอะด้วย

ไม่จำเป็นว่าปีหน้าเองก็สามารถแลกตุ๊กตากับอีกฝ่ายที่แลกด้วยในปีนั้นได้เสมอไป ตอนที่ได้ยินเรื่องแลกตุ๊กตากับคนอื่นก็สงสัยอยู่เหมือนกัน แต่ในเมื่อเป็นประเพณีที่มีมาตั้งแต่โบราณแล้ว ก็เลยปล่อยผ่านไปโดยคิดว่าคงจะมีระบบที่ใช้กับตอนนั้นอยู่

“แต่ก็มีคนที่ถึงจะเป็นแบบนั้นก็ยังทำต่อไปอยู่นะ เห็นบอกว่าเพื่อเป็นการระลึกถึงคนๆนั้นเลยขอใส่ส่วนของสองคนน่ะ ปีนี้เองก็มีหลายคนรึเปล่านะ”

“อย่างงั้นนี่เอง……”

“นอกนั้นก็มีที่อยากให้ใส่ไปตอนวันเกิดหรืออะไรทำนองนั้นด้วยนะ เห็นบอกว่าเพื่อจะได้กลายเป็นเครื่องรางที่ปกป้องไปตลอดตั้งแต่เกิดน่ะ นี่เนี่ยเป็นการอวยพรที่เกิดมา แล้วก็ทำเพื่อให้ไม่ลืมสินะ”

“จะว่าไปคริสต์มาสเองก็เป็นงานเลี้ยงวันเกิดนะ แต่ไม่รู้หรอกนะว่ามีคนที่ใช้เวลากับมันไปโดยตระหนักรู้เรื่องนั้นอยู่เยอะแค่ไหน”

“แต่ถ้าทำแบบนี้ เมื่อมีโอกาสก็จะนึกขึ้นได้ แน่นอนว่าเพราะมีการคิดทำนองนั้นด้วย ก็เลยต่อเนื่องมาจนถึงตอนนี้ไม่ใช่หรือไงกันนะ”

 

[หน้า 266]

“……เพื่อให้ไม่ลืมผู้ล่วงลับ……เหรอคะ”

“แล้วก็เพื่อให้รู้สึกว่าอยู่ใกล้ตัวด้วยน่ะนะ อาจจะมีความคิดที่ว่าเป็นไปได้ว่ากำลังลำบากอยู่ที่โลกโน้นด้วยเพราะแบบนั้นช่วยปกป้องให้ทีนะ อยู่ด้วยเหมือนกันก็ได้นะ”

“ตายแล้วยังต้องลำบากอีกเนี่ย ไม่เอาด้วยหรอกนะ”

โคสุเกะพูดอย่างง่ายๆ แต่ในคำพูดนั้นมีความรู้สึกตระหนักอย่างแรงกล้าแฝงอยู่อย่างน่าแปลกใจ

“จริงด้วยค่ะ”

“ไม่รู้หรอกนะว่ามีอะไรเป็นที่มาและเริ่มกันมาแบบไหน แต่คนหลายๆคนก็จะหาความหมายมาให้กับเรื่องที่ทำต่อกันมาเรื่อยๆสินะ น่าสนใจยังไงไม่รู้เนอะ”

“เป็นอย่างงั้นเหรอ ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไรเลย”

“ตอนที่โชวโกะจังโตขึ้นอาจจะมีความหมายต่างออกไปอีกก็ได้นะ”

“เอ๋~~ ไม่มีหรอก เรื่องแบบนั้น”

“ไม่นะ อาจจะมีก็ได้”

เสียงที่ฟังดูสนุกสนานดังก้องสะท้อนฟากฟ้ายามเย็น

 

[หน้า 267]

ยิ่งนั่นสนุกมากเท่าไร รถประจำทางขากลับก็เงียบลงมากเท่านั้น

ซาคุยะมองออกไปนอกหน้าต่าง ส่วนโคสุเกะกำลังจมอยู่กับความคิด

ร่างของโชวโกะที่โบกมือให้ตลอดนั้น แม้แต่ตอนนี้เองก็ยังตราตรึงอยู่ในใจ

“……ถึงซะแล้วล่ะ”

ชานชาลาของสถานีเดียวกับตอนที่เจอกัน

จากนี้ไปโคสุเกะจะกลับโตเกียว ส่วนซาคุยะจะกลับหอพัก

แต่ละคนไปยังเส้นทางที่ต่างกัน การที่เส้นทางจะมาบรรจบกันที่นี่อีกครั้งนั้นจำเป็นต้องใช้วันเวลาอีกนิดหน่อย

“การเปลี่ยนแปลงของคนที่เห็นซึ่งจะมาเยือนพร้อมกับเวลา……อิโรฮะเนี่ย นานๆทีก็พูดเรื่องมีสาระเหมือนกันนะ”

“คุณอิโรฮะพูดเรื่องมีสาระบ่อยอยู่แล้วค่ะ อย่างที่คิดไว้ เป็นเพราะมีความแตกต่างของจุดยืนและประสบการณ์ใช้ชีวิตในสังคมอยู่รึเปล่านะคะ ทั้งที่อายุก็ไม่ต่างกันเท่าไรแท้ๆ แต่กลับชวนให้คิดว่าเป็นผู้ใหญ่”

“ถึงจะมองจากพี่ที่อายุเท่ากัน บางทีก็ยังคิดแบบนั้นเลยนะ ……แต่ถ้าไปบอกเจ้าตัวก็ท่าทางจะโดนโกรธล่ะนะ”

“ฮิๆ นั่นสินะคะ แต่ว่านั่นเป็นเพราะพี่ทำให้โกรธบ่อย เลยถูกระแวงเข้าน่ะค่ะ”

“เฮ้ยๆ”

ซาคุยะหัวเราะอยู่ครู่หนึ่ง

“การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากเวลาเนี่ยน่ากลัวนะ แม้แต่ของที่พวกเราปักใจเชื่อว่าจะคงอยู่ไปตลอด ซักวันหนึ่งอาจจะถูกเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือก็ได้ ถึงตัวพวกเราจะไม่ได้เปลี่ยนไป แต่กลับถูกตีความในแบบที่ต่างออกไปบ้างในภายหลังน่ะนะ ไม่มีอะไรเปลี่ยนไปทั้งสิ้น ทั้งที่ไม่น่าจะมีการเปลี่ยนแปลงแท้ๆ แต่การคิดทึกทักไปเองของใครซักคนที่เห็นพวกเรากลับกลายเป็นความจริงเข้า……”

 

[หน้า 268]

“……นั่นสินะคะ นั่นเป็นเรื่องน่ากลัวจริงๆอย่างที่พูดค่ะ เพราะจะกลายเป็นว่าบุคคลที่สามได้ครอบครองสิทธิ์ในการตัดสินความรู้สึกของพวกเราเข้า”

ซาคุยะพูดต่อ

ณ จุดนั้นดูมีพลัง

“แต่ก็คิดว่ามีสิ่งที่จะคงอยู่ต่อไปขนาดที่จะกระดอนกลับไปแม้แต่สิ่งนั้นอยู่ด้วยเหมือนกันค่ะ เป็นสิ่งที่แข็งแกร่ง และตรงไปตรงมาขนาดที่ไม่ทำให้เกิดพื้นที่ให้สงสัยหรือความเข้าใจผิด เฉกเช่นยามาวาโระแม่ลูกที่ถึงจะตายไปแล้วก็ยังอยู่เคียงข้างกันต่อไป ต้องมีสิ่งแบบนั้นอยู่ด้วยแน่นอนค่ะ”

คนที่จะตัดสินสิ่งนั้นคือตัวของพวกเราเอง ซาคุยะจ้องตรงมาหาโคสุเกะแล้วกล่าวขึ้นเช่นนั้น

“เธอแข็งแกร่งขึ้นนะ”

“อย่างนั้นเหรอคะ……?”

มองลงไปที่ร่างของตัวเองอยู่ แต่โคสุเกะไม่ได้พูดถึงเรื่องอย่างความแข็งแกร่งทางกายภาพของร่างกายแบบนั้น

ในขณะที่หัวเราะกับการกระทำของน้องสาว โคสุเกะก็เอ่ยขึ้น

“งั้น ไว้เจอกันนะ”

“ค่ะ ถ้าอย่างนั้นไว้เจอกันนะคะ”

 

[หน้า 269]

รถไฟเข้ามายังชานชาลา

ในเวลาเดียวกับที่หันหลังไป มีเมล์เข้ามาที่มือถือของโคสุเกะ

------เจอกันอีกแล้วนะคะ

พอตกใจกับข้อความแล้วหันกลับไปก็พบว่าซาคุยะที่มือข้างหนึ่งจับมือถือไว้กำลังยิ้มอยู่

“ฮิๆ ล้อเล่นค่ะ แต่หลังๆมานี้พี่ชอบอู้การส่งเมล์ เพราะแบบนั้นช่วยส่งมาให้มากกว่านี้หน่อยนะคะ”

“จะดำเนินการให้ตามความเหมาะสม ……เธอเองก็ถ่ายรูปตอนคริสต์มาสส่งมาให้ด้วยนะ”

“……จะรับไว้พิจารณาค่ะ”

ราวกับถูกเสียงระฆังสัญญาณรถไฟดันหลัง ทั้งสองไปยังเส้นทางที่แตกต่างกันของแต่ละคน

สัมผัสได้ว่าแม้จะอยู่ห่างไกลกัน หัวใจก็ยังผูกพัน……

 

 

Comment

Comment:

Tweet