Another (Part 2)

posted on 27 Dec 2014 00:39 by vermillionend in FuyuNoKomorebi
คำเตือน : เกิน 25% เป็นการดำน้ำ
แปลมาจากหนังสือนิยาย

[หน้า 281]

“อื้อ เป็นยังไง ?  กอนตะ รู้อะไรบ้างไหม ?”

หมาจิ้งจอกหันมาทางโชวโกะแล้วส่งเสียงร้องเบาๆ ราวกับเป็นการตอบ

หลังจากนั้นก็อ้อมไร่แล้วเข้าภูเขาไปโดยได้รับการนำทางจากกอนตะ

ที่ๆหันเข้าหาถิ่นอาศัยของมนุษย์นั้น วัชพืชจะถูกดายเอาไว้ด้วย ทำให้เดินผ่านง่าย

เนื่องจากเจ้าของภูเขาลูกนี้ปล่อยอิสระให้ในระดับหนึ่ง ส่วนที่ตื้นๆก็เลยมีคนเข้ามาเพื่อเก็บผักป่ากันอย่างอิสระ

ทว่า ยิ่งมุ่งขึ้นไปส่วนบน ต้นไม้ใบหน้าก็ยิ่งขึ้นหนาทึบ จนเดินได้ยากขึ้น

“หวา ทำไมเปียกขนาดนี้เนี่ย กางเกงแฉะไปหมดแล้ว”

“ตอนเช้าเนี่ยทำไมใบไม้ถึงได้เปียกอยู่กันนะ น่าอัศจรรย์ยังไงไม่รู้”

“เรียกว่าน้ำค้างยามเช้าน่ะนะ เคยได้ยินมาจากคุณย่าอ่ะ”

“เห แบบนั้นนี่เอง ทั้งๆที่ฝนไม่ได้ตกแท้ๆ ทำไมถึงได้มีน้ำค้างยามเช้าสะสมอยู่กันนะ”

“เรื่องแบบนั้นไม่รู้หรอกย่ะ”

“น่าอัศจรรย์ดีนะ”

“อื้อ นั่นสินะ”

เพราะปกติใช้เป็นที่เล่นอยู่ด้วยเช่นกัน เลยชินกับเส้นทางภูเขา

เสื้อผ้าที่เปียกชื้นค่อนๆติดกับร่างกาย จนทำให้เคลื่อนไหวได้ลำบาก ช่วงที่ผ่านไปได้สามสิบนาทีนั้นแต่ละย่างก้าวเองก็เริ่มหนักขึ้นเพราะความเหนื่อยล้า

 

[หน้า 282]

“……ยังไม่ถึงอีกเหรอ ?”

“กอนตะ ว่าไง ?”

ถามจิ้งจอกที่นำทาง แต่ก็แค่หันมาหาโชวโกะแล้วส่งสายตาซึ่งยากที่จะบรรยายมา

“เฮ้อ ท่าทางจะยังอีกยาวไกลนะ……”

“……อืม”

“ชั้นจะกลับไปก่อนรอบนึง ไม่ทานข้าวมาไม่ได้ด้วยสิ”

“อ๊ะ อื้อ……ถ้าอย่างนั้นไว้เจอกันนะ”

“ไม่ใช่แบบนั้น เธอเองก็ยังไม่ได้ทานข้าวเช้าเลยไม่ใช่เหรอไง ถ้าไม่รีบกลับล่ะก็จะอดข้าวเช้าไม่ใช่เหรอ ?”

“แต่ว่า……”

มีเสียงเบาๆดังขึ้นมาจากท้องของโชวโกะที่กำลังจะพูด

“นั่นไง เห็นมั้ยล่ะ ยังไงข้างหน้าก็ยาวไกล มาใหม่ตอนเที่ยงจะดีกว่า”

“……อืม ถ้าอย่างนั้น กอนตะ กลับไปก่อนรอบนึงแล้วค่อยมาใหม่ทีหลังกันเถอะ”

พอถูกโชวโกะบอก จิ้งจอกก็แสดงท่าทีเหมือนกับเป็นการลังเลออกมาให้เห็น แต่ในไม่ช้าก็เริ่มกลับไปยังถนนเดิมที่เคยมา

 

[หน้า 283]

เพราะเป็นถนนที่เคยผ่านไปแล้วครั้งหนึ่ง ต้นไม้ใบหญ้าเองก็เลยถูกแหวกออกจนกลายเป็นเหมือนทางสัตว์

เวลาที่ใช้ในตอนขาลงไม่มากขนาดนั้น ใช้เวลาราวๆครึ่งหนึ่งของขาขึ้นก็กลับมาถึงป้ายรถประจำทางได้

แยกกับซาจิโกะตรงทางแยก จากนั้นก็กลับมาที่บ้านแล้วเปิดประตูทางเข้าหน้าบ้าน ซัตสึกิผู้เป็นแม่เตรียมข้าวเช้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว และตกใจตาโตกับสภาพสกปรกของโชวโกะ

“เกิดอะไรขึ้นกันเหรอ ?  ไปถึงไหนมางั้นเหรอ ?”

“ให้อาหารกอนตะ แล้วเข้าไปในภูเขานิดหน่อย……”

“เอ้า ไปเปลี่ยนเสื้อมาซะสิ ของที่จะซักเอาใส่เครื่องซักผ้าไปทั้งๆอย่างนั้นเลยก็ได้”

“ค่า”

ถอดเสื้อผ้าที่เปียกในห้องน้ำ จากนั้นในขณะที่ใช้ผ้าขนหนูเช็ดตัวก็ขึ้นไปที่ห้องของตัวเองบนชั้นสอง

ตอนที่เปลี่ยนเสื้อกลับมาแล้วนั้น อาหารส่วนของโชวโกะเองก็เสร็จเรียบร้อยแล้ว

“โธ่……ใส่ชุดชั้นในเดินไปเดินมาอะไรเนี่ย อย่าทำเรื่องน่าละอายแบบนั้นสิ”

“ก็สบายอ่า”

“ถ้าทำเป็นปกติแล้วตอนพวกโคสุเกะคุงมาก็จะเผลอทำไปด้วยนะ”

“ไม่ทำหรอกน่า”

“เพื่อการนั้นด้วย ปกติก็ต้องไม่ทำเรื่องน่าละอาย”

“ค่า”

 

[หน้า 284]

ประกบมือเข้าด้วยกันพูดว่าทานล่ะนะคะ จากนั้นก็หยิบตะเกียบ

ข้าวกับซุปเต้าเจี้ยวและของดอง เป็นเมนูที่มีบ่อยที่สุดในบ้านอิวานางะ

เพราะความหนาวเย็นตอนเช้าที่หนาวเข้าไปถึงในร่างกาย เลยรู้สึกว่าข้าวอร่อย รู้สึกเหมือนกับว่าความเหนื่อยล้าจากการเดินไปเดินมาค่อยๆหายไป

“อร่อยมั้ย ?”

“……อือ”

พอรู้ตัวก็พบว่ากำลังขยับตะเกียบอย่างใจจดใจจ่อ

เมื่อกี้ได้เห็นภาพกอนตะกำลังกินอย่างกระตือรือร้นมา ตัวเองคงกำลังทานข้าวอยู่แบบเดียวกอนตะในตอนนั้นแน่ๆ โชวโกะคิดเช่นนั้น

“แหมๆ หิวมากพอตัวเลยสินะ เติมไหม ?”

“……อืม……”

“รอแป๊บนะ เพราะจะไปเอาชาถ้วยใหม่มาด้วย”

“ขอบคุณ”

ในช่วงระหว่างที่ซัตสึกิกำลังจะกลับมา โชวโกะถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง

ทำไมถึงได้คาใจอยู่ขนาดนี้กันนะ แม้แต่ตัวเองก็ยังไม่เข้าใจ แต่ตั้งแต่ได้เห็นแววตาแข็งกร้าวนั่นแล้วก็ปล่อยไว้เฉยๆไม่ได้ด้วย

 

[หน้า 285]

“แล้ว ?  เกิดอะไรขึ้นงั้นเหรอ ?”

“เอ่อ……”

“เป็นเรื่องที่บอกแม่ไม่ได้งั้นเหรอ ?”

“ไม่ใช่แบบนั้นหรอก แต่……”

แต่ไม่รู้จะพูดยังไงดี ถ้าเป็นโคสุเกะล่ะก็เวลาแบบนี้คงจะช่วยอธิบายให้อย่างราบรื่นแน่ๆ

แม้แต่ซาจิโกะก็น่าจะช่วยเดาแล้วพูดให้ตรงประเด็นได้อย่างฉะฉานในทันที

รู้สึกหงุดหงิดรำคาญใจและเกลียดการพูดไม่เก่งของตัวเอง

“ไม่ต้องรีบก็ได้ เพราะแบบนั้นพูดมาตามที่โชวโกะคิดนะ”

ทว่าซัตสึกิกลับไม่ได้เร่ง แต่ตั้งใจฟังคำพูดของโชวโกะอยู่

ถึงจะมีส่วนที่ติดขัดอยู่ด้วย แต่ก็เล่าความรู้สึกแปลกแยกที่ตัวเองรู้สึกให้ซัตสึกิฟัง

“……อย่างงั้นเหรอ”

“ขอโทษค่ะ แต่ไม่ว่ายังไงก็คาใจอยู่”

“เรื่องนั้นไม่ว่าอะไรหรอก แต่ว่า……นั่นสินะ นั่นเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคดีก่อนหน้านี้รึเปล่า”

“ไม่รู้ คิดว่าบางทีอาจจะเป็นแบบนั้นก็ได้ แต่ตอนนี้แค่คาใจอยู่……”

 

[หน้า 286]

“ถ้ามีเด็กที่บาดเจ็บอยู่ทั้งๆอย่างนั้นล่ะก็ เรื่องอย่างปล่อยทิ้งไว้อะไรเนี่ย โชวโกะทำไม่ได้อยู่แล้วสินะ”

“อะ อืม”

เข้าใจว่ากำลังถูกพูดถึงเรื่องกอนตะเป็นนัยๆอยู่ เลยซึมไป

ที่โชวโกะเจอกอนตะซึ่งยังเป็นลูกหมาจิ้งจอกอยู่นั้นคือเรื่องเมื่อปีก่อน และตอนนั้นก็บาดเจ็บที่ขาอยู่แล้ว

ไม่สามารถพยาบาลลูกหมาจิ้งจอกที่ระแวดระวังมนุษย์เป็นอย่างมากได้ จึงได้แต่คอยให้อาหารแล้วเฝ้าดูความเป็นไป

แม้แต่ในตอนนี้ก็ยังมีความเสียใจภายหลังกับเรื่องที่น่าจะทำอะไรหลายๆอย่างได้มากกว่านี้ มีความรู้สึกที่ว่าอยากจะทำให้สำเร็จอยู่เช่นกัน

แล้วเหนือสิ่งอื่นใด ถ้าหากเป็นตัวที่มาจากที่อื่นเพราะคดีในหน้าร้อนแล้วล่ะก็ จะต้องเผลอคิดอย่างเลี่ยงไม่ได้ว่าสาเหตุที่ประสบอุบัติเหตุนั้นเป็นเพราะคนที่เกี่ยวข้องซึ่งรวมตัวของโชวโกะเข้าไปด้วย

เพราะแบบนั้น ไม่ว่ายังไงก็ไม่อาจคิดได้ว่าไม่เกี่ยวข้อง

“จะไม่ไปในที่อันตราย แล้วก็จะไม่ทำคนเดียวตามลำพัง ถ้าคิดว่ายากล่ะก็ต้องรีบบอกแม่ทันที ……สัญญาได้ไหม ?”

“อื้อ จะพากอนตะไปด้วย เพราะแบบนั้นไม่ต้องเป็นห่วง”

“……ที่บอกว่ามีหมาจิ้งจอกเป็นบอดี้การ์ดเนี่ยน่าเป็นห่วงนิดหน่อยนะ……จะเป็นอะไรรึเปล่านะ”

“สบายมาก ถ้าเป็นกอนตะล่ะก็แม้แต่หมีก็ไม่แพ้หรอก”

 

[หน้า 287]

“เรื่องนั้นเพราะเคยเห็นมาแล้วจริงๆ เลยคิดว่าคงจะเป็นแบบนั้นอยู่หรอก แต่…”

ซัตสึกินำมือไปแตะที่หน้าผาก

ภาพที่หมาจิ้งจอกร่างเล็กขาหลังเดินไม่สะดวกใช้พลังที่เหนือกว่าล้มสัตว์ขนาดใหญ่ซึ่งตัวใหญ่กว่าตั้งหลายเท่านั้น ได้เห็นไปหลายต่อหลายครั้งในพื้นที่ของศาลเจ้าที่มาหลบภัยตอนเกิดคดี และตอนนี้เองก็ยังจำได้อยู่

ถึงอย่างนั้นก็เป็นภาพที่ขาดความเป็นจริงราวกับเป็นฉากในภาพยนตร์ แม้แต่ตอนนี้ที่รู้เรื่องราวความเป็นไปทั้งหมดแล้วก็ยังรู้สึกเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งอย่างช่วยไม่ได้

“ห้ามเข้าไปลึกเกินไปนะ”

“เข้าใจอยู่แล้วล่ะ ไม่ต้องเป็นห่วง”

“……น่าเป็นห่วงยังไงไม่รู้น้า”

“โธ่ แม่ล่ะก็”

พอโชวโกะแสดงสีหน้าโกรธให้เห็น ซัตสึกิก็ยิ้มแล้วขอโทษ

การไปภูเขานั้นจำเป็นต้องใช้แรงและเวลา

เนื่องจากตอนเช้าได้รู้ซึ้งเรื่องนั้นไปแล้ว เลยใช้เวลาทั้งหมดในช่วงเช้าเตรียมตัว เมื่อวานวิ่งไปอย่างเร็วก็จริงแต่ถ้าบาดเจ็บอยู่ล่ะก็จำเป็นต้องพยาบาล

พอยัดพวกผ้าพันแผลกับยาทาแผลจากกล่องพยาบาลเข้าไปในเป้สะพายหลังด้วย ก็พบว่ามีขนาดใหญ่กว่าที่คาดไว้จนได้

 

[หน้า 288]

ซัตสึกิไปทำงานแล้วก็จริง แต่ก็เตรียมข้าวกลางวันทิ้งไว้ให้ด้วย

แซนด์วิชที่เตรียมไว้ให้ก็ทานเสร็จแล้ว ในช่วงที่คิดว่าจะค่อยๆออกจากบ้านนั้นเอง ออดของบ้านอิวานางะก็ได้ดังขึ้นเป็นเสียงสูง

“ถ้างั้นไปกันเลย เตรียมตัวเรียบร้อยแล้วสินะยะ”

“อือ”

เช่นเดียวกับโชวโกะ ซาจิโกะที่เตรียมการมาอย่างตั้งใจยิ่งกว่าเมื่อเช้ากำลังยืนอยู่

ล็อกกุญแจบ้าน แล้วใส่กุญแจเข้าไปในส่วนลึกของกระเป๋าเพื่อจะได้ไม่ทำหาย

เอาขนมที่พกพาได้กับอาหารว่างสำหรับสัตว์เลี้ยงที่จะให้กอนตะไปด้วย เพื่อจะได้ทานได้ระหว่างทาง

ดูเหมือนของซาจิโกะเองก็เป็นของแบบที่คล้ายๆกัน กระเป๋าเลยพองออกมาอยู่

“สวัสดี ออกไปข้างนอกกันสองคนเหรอ ?”

“อ๊ะ คุณครู”

“สวัสดีค่ะ”

เจอกับอินางากิ มิซาโตะผู้เป็นครูประจำชั้นเข้าอย่างไม่คาดคิดที่หน้าศาลเจ้า

เป็นผู้หญิงที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านมินาคามิมาตั้งแต่เมื่อก่อน ดูเหมือนว่าสมัยเด็กเคยได้รับการดูแลจากซัตสึกิและพี่สาวของซัตสึกิ เลยคอยเอาใจใส่ดูแลไม่ทางใดก็ทางหนึ่งอยู่

 

[หน้า 289]

เรื่องนั้นดูเหมือนว่าร้านขายของชำทาคามิของซาจิโกะเองก็เหมือนกัน พอไปในวันหยุด บางทีก็จะเจอกับมิซาโตะที่กำลังคุยกับย่าของซาจิโกะซึ่งเฝ้าร้านอยู่

“เตรียมตัวมาพร้อมเลยน้า จะไปไหนไกลๆหรืออะไรงั้นเหรอ ?”

“เอ่อ ก็นิดหน่อยน่ะค่ะ……กับกอนตะ”

“แหมๆ ปีนเข้างั้นเหรอ ?  แต่ว่าห้ามไปที่ไกลๆกันแค่เด็กๆนะ”

“ค่า”

“ไม่มีปัญหาหรอก พวกชั้นไม่ใช่เด็กแล้วอ่ะ”

“ก็นั่นล่ะที่เป็นห่วง”

ถูกเป็นห่วงด้วยท่าทางที่คล้ายกับซัตสึกิเมื่อครู่ แนวโน้มของการสนทนาค่อยๆอันตรายขึ้นมาทุกที

“ครูก็จะออกไปไหนด้วยเหมือนกันเหรอคะ ?”

“เปล่าหรอก ไม่ใช่แบบนั้น หรือควรจะพูดว่าเมื่อกี้ธุระที่ออกไปข้างนอกเสร็จแล้ว มีธุระกับคุณอาคาเนะนิดหน่อยน่ะนะ”

“อย่างนั้นเหรอคะ”

มินาโตะ อาคาเนะที่ทำงานอยู่ที่ศาลเจ้านั้นเป็นเพื่อนสนิทของมิซาโตะ

มิโกะสาวงามผู้อายุมากกว่าอิโรฮะและสุภาพเรียบร้อยนั้นเป็นคนนอกหมู่บ้านก็จริง แต่ตอนนี้เป็นเหมือนป้ายสัญลักษณ์ของศาลเจ้าคาสุกะไปแล้ว

 

[หน้า 290]

หลังจากคดีหน้าร้อน ดูเหมือนจะเคยถูกคนที่บ้านซึ่งเป็นห่วงถามว่าจะทำงานที่ศาลเจ้าต่อไปไหม แต่ตอนนี้ก็ยังทำงานอยู่ที่นี่ต่อไปไม่เปลี่ยนแปลง

“ถ้าอย่างนั้นไปล่ะนะคะ”

“พยายามอย่ากลับเย็นมากนะ”

“เข้าใจอยู่แล้วล่ะน่า บอกไปแล้วนี่ว่าไม่ต้องเป็นห่วง”

โบกมือให้แล้วขึ้นบันไดหินของศาลเจ้าไป

มิซาโตะมองส่งโชวโกะกับซาจิโกะจนถึงตอนที่ทั้งคู่มองไม่เห็น

“ใจเต้นยังไงไม่รู้สิ”

“คุณครูทำหน้าเหมือนอยากจะห้ามมากเลยอ่ะ”

“อื้อ”

ในขณะที่คุยเรื่องแบบนั้นก็ผ่านลานของศาลเจ้าไป

พอมาถึงทะเลสาบด้านหลังก็เจอมิโกะของศาลเจ้าสองคนอยู่ด้วยกันพร้อมหน้า

“อิโรฮะจัง อาคาเนะจัง”

“สวัสดี~ วันนี้มีอะไรงั้นเหรอ ?”

“สวัสดีค่ะ คุณโชวโกะ คุณซาจิโกะ”

ในขณะที่ทักทายกัน พอไปยังที่ๆทั้งคู่อยู่ กอนตะก็เข้ามาซุกไซ้ตรงขา

 

ตอนถัดไป

Comment

Comment:

Tweet