Another (Part 3)

posted on 28 Dec 2014 20:31 by vermillionend in FuyuNoKomorebi
คำเตือน : เกิน 25% เป็นการดำน้ำ
แปลมาจากหนังสือนิยาย

[หน้า 291]

“อ๊ะ กอนตะล่ะ”

“ทั้งๆที่เมื่อกี้เหมือนหมาแท้ๆ คราวนี้เหมือนแมวยังไงไม่รู้ บางทีก็ลืมไปเหมือนกันนะว่าเดิมทีเจ้านี้เป็นตัวอะไร”

“กอนตะเป็นหมาจิ้งจอกนะ”

“ก็อยากจะให้แสดงส่วนที่สมกับเป็นหมาจิ้งจอกให้เห็นหน่อยนะยะ”

อิโรฮะหัวเราะเสียงดังกับคำพูดเอือมระอาของซาจิโกะ

“อะฮะฮะ ก็จริงอย่างที่ว่านะ หลังๆมานี้ก็เริ่มคุ้นเคยกับคนขึ้นมาแล้วด้วย ประมาณว่ามีเด็กที่มาเพราะมีเป้าหมายที่เด็กคนนี้ด้วยล่ะ”

“เอ๋~……”

“น่า ยังไงที่หนึ่งก็คือโชวโกะจัง เนอะ กอนตะ ?”

เมื่อได้ฟังคำถามของอิโรฮะ ก็ร้องเบาๆแล้ววิ่งเข้ามาหาโชวโกะ

พอย่อตัวลงแล้วอุ้มขึ้นมา ก็แลบลิ้นออกมาเลียแก้ม

“เพราะกับคุณโชวโกะ วิธีการเชื่องจะต่างออกไปสินะคะ”

“ช่ายๆ อารมณ์ประมาณความแตกต่างระหว่างคนเลี้ยงกับแขก”

ดูเหมือนจะเป็นการชมเลยไม่รู้สึกแย่อะไร แต่ในเวลาเดียวกันก็รู้สึกอายด้วย

“แล้ว ทั้งสองคนแต่งตัวแบบนั้น มีอะไรงั้นเหรอ ?”

 

[หน้า 292]

“เอ่อ คือว่านะ……”

วางกอนตะลง แล้วตัดสินใจลองถามอิโรฮะดู                       

ภาพที่เห็นเมื่อวาน จากนั้นก็เรื่องทานูกิที่วิ่งไปยังภูเขา แล้วเสริมไปว่าถ้าเกิดมาที่ศาลเจ้าทั้งที่ยังบาดเจ็บอยู่ล่ะก็อยากจะให้พยาบาลให้หน่อย

อิโรฮะกับอาคาเนะที่ได้ฟังเรื่องนั้น ถึงจะพยักหน้า แต่ก็พยักหน้าด้วยสีหน้ายากที่จะบรรยาย

“แบบนี้นี่เอง เมื่อกี้คือไอ้นั่นสินะ”

“แต่ก็สบายใจขึ้นมานิดหน่อยแล้วล่ะค่ะ”

“ยังไงเหรอ ?”

“เปล่าหรอก คือเมื่อกี้คุณตำรวจมาแล้วก็บอกว่าในภูเขามีที่ๆมีเลือดติดอยู่ ไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเลยให้ระวังไว้ก่อนน่ะ แถวนี้อยู่ใกล้ภูเขาด้วยน่ะนะ”

“ไม่เป็นไรหรอก ไม่อันตรายขนาดนั้นแน่นอน”

“ถ้าเป็นทานูกิล่ะก็คงเป็นแบบนั้นอยู่หรอก แต่ถ้ามีแค่รอยเลือดก็จะไม่รู้อะไรเลยน่ะนะ ถ้าชั้นเจอจะแจ้งสัตวแพทย์แล้วขอให้ช่วยพยาบาลให้ละกัน”

“ค่ะ นั่นสินะคะ”

“อืม……”

และตรงนั้นเอง อิโรฮะก็สังเกตดูร่างพวกโชวโกะใหม่อีกครั้ง

 

[หน้า 293]

พยักหน้าทีนึงราวกับเป็นการยอมรับ

“แบบนี้นี่เอง ก็เลยแต่งตัวแบบนั้นกันสินะ จากนี้ตั้งใจจะไปหาดูที่ภูเขางั้นเหรอ ?”

“อื้อ”

“แต่ว่าอันตรายนะคะ”

“สบายมาก กอนตะอยู่ด้วยนี่นา”

กอนตะที่อยู่ตรงขาส่งเสียงร้องออกมาราวกับตอบรับความคาดหวังของโชวโกะ

“……อืม ยังไงเรื่องต่อสู้ก็คงเก่งอยู่หรอก แต่…”

“ค่ะ แต่ว่า……”

พอเห็นแบบนั้น ทั้งสองก็มองหน้ากันด้วยท่าทางไม่สบายใจ

ปฏิกิริยาที่ตอบกลับมานั้นคล้ายกับซัตสึกิมาก

“สบายมากหายห่วง ถ้าอย่างนั้นไปล่ะนะ”

“ถ้าเป็นสถานที่แบบที่ปกติเข้าไปกันอยู่แล้วคงไม่เป็นไรหรอก แต่ห้ามเข้าไปลึกนะ โดยเฉพาะทางหน้าผาระวังให้ดี ถ้าจะไปล่ะก็แค่เรียกคุณกิงโกะแล้วขอให้ไปเป็นเพื่อนก็หายห่วง”

“อื้อ”

“เข้าใจแล้ว หลังจากนี้ถ้าเจอกิงจังจะขอร้องไว้”

 

[หน้า 294]

หลังจากนั้นก็ถูกพูดเตือนอะไรอีกหลายๆอย่าง ทำให้ตอนที่เข้าภูเขานั้นเลยเที่ยงวันมามากแล้ว

“ผู้ใหญ่เนี่ยขี้กังวลจริงๆนะ ทำเป็นเหมือนเรื่องใหญ่เลยเนอะ”

“อะฮะฮะ……”

ไม่อาจบอกได้ว่านั่นเป็นเรื่องดีหรือไม่ดี เลยได้แต่ตอบกลับไปอย่างคลุมเครือ

“แล้ว ?  ถ้าเธอเจอทานูกิแล้วจะทำยังไงต่อ ?”

“ถ้าบาดเจ็บอยู่ก็จะรักษาพยาบาลให้ หลังจากนั้นตั้งใจว่าจะลองถามคุณแม่ดูว่าจะเลี้ยงไว้ได้รึเปล่า”

“ทั้งๆที่มีเจ้านี่อยู่แล้วเนี่ยนะ ?  ทานูกิกับหมาจิ้งจอกเนี่ยไม่ทะเลาะกันเหรอ ?”

เดาได้ว่าถูกพูดถึงตัวเองงั้นเหรอ กอนตะเลยหันมาหาซาจิโกะ

“เพราะกอนตะไม่ทำเรื่องแบบนั้น เลยไม่มีปัญหาหรอก”

“ท่าทางจะไม่ใช่ปัญหาแบบนั้นหรอกแต่……เอาเถอะ ทานูกิเนี่ยก็สนใจอยู่เหมือนกัน”

“จะเป็นอะไรรึเปล่าน้า ถ้าไม่บาดเจ็บมากก็คงจะดีหรอก”

“เพื่อการนั้น ตอนนี้ถึงได้กำลังหาอยู่ไม่ใช่เหรอไง ?  ……หืม แล้วนายรู้สถานที่จริงๆรึเปล่าเนี่ย ?”

กอนตะที่เดินนำทางหันหน้ากลับมาร้องคำรามเบาๆ

ท่าทางเหมือนกับอยากจะบอกว่าให้เชื่อตัวเองมาเถอะน่า

 

[หน้า 295]

“ว่าแล้วเชียว เจ้านี่เข้าใจภาษาคนไม่ใช่เหรอไง ?”

“กอนตะหัวดีนะ ฉลาดมากเลยล่ะ”

“……แต่ก็เรียกว่าเป็นสัตว์ป่าไม่ได้อย่างสมบูรณ์แล้วล่ะนะ”                

เดินขึ้นทางเดินบนเขาไปตามที่กอนตะนำทางทั้งๆอย่างนั้น

ทางที่เข้ามาต่างกันก็จริง แต่ดูเหมือนจะรู้สถานที่อยู่แล้ว ทำให้ในการก้าวเดินนั้นไม่มีความลังเลอยู่

คราวนี้เตรียมตัวมาเป็นอย่างดีด้วย และเป็นเพราะปีนเขาหลังเลยเที่ยงวันงั้นเหรอ น้ำค้างตอนเช้าเองก็หายไปแล้ว ทำให้เดินง่ายขึ้น  

“แล้ว เธออาจจะคิดอยู่เหมือนกันก็ได้ แต่…”

หลังจากที่เดินไปได้ซักพัก ซาจิโกะก็พูดขึ้น ฟังดูเหมือนกำลังเลือกคำพูดอยู่อย่างระมัดระวังนิดหน่อยด้วยเช่นกัน

“ถ้าตายอยู่ตรงปลายทางที่พบล่ะ จะทำยังไง ?”

“………………”

ไม่ใช่ว่าไม่ได้คิดเรื่องนั้น

รอยเลือดก็เยอะด้วย และเหนือสิ่งอื่นใด เคยเห็นสัตว์ที่ถูกรถทับมาตั้งหลายครั้งแล้ว เรื่องที่สุนัขซึ่งเคยเป็นที่รักของแถวบ้านเจอกับอุบัติเหตุจนมีสภาพน่าสังเวชก็เคยเห็นมาแล้ว

ตอนนั้นช็อคจนทานเนื้อในข้าวเย็นไม่ลง

 

[หน้า 296]

เพราะแบบนั้น ตอนนี้เองก็มีความเป็นไปได้นั้นอยู่

พอคิดว่าอาจจะกำลังเดินอยู่บนทางภูเขาแบบนี้ เพื่อไปเจอการช็อคแบบเดียวที่รู้สึกในตอนนั้นแล้ว ก็รู้สึกว่าขาหนักขึ้นเล็กน้อย

“ถ้าเป็นแบบนั้นจะฝังให้แล้วเซ่นไหว้”

“เอาของที่ใช้ฝังได้มารึเปล่า ?”

“……เปล่า”

ไม่ใช่ว่าได้คิดไปไกลถึงขนาดนั้น และถึงจะเคยคิดก็ไม่อาจเตรียมตัวไปเพื่อหาศพให้พบตั้งแต่แรกได้

พอมองโชวโกะ ซาจิโกะก็พูดออกมาแค่ว่ากะแล้วเชียว

“ชั้นเอาพลั่วเล็กๆมาให้ด้วย ใช้นี่ขุดหลุมให้กันเถอะ”

“……อืม”

“เอาเถอะ แบบนั้นทั้งสกปรก ทั้งน่ากลัว ไม่เอาด้วยหรอก ถ้าไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็ดีสิ”

“อื้อ”

ปรารถนาอย่างแรงกล้าให้เป็นเช่นนั้นจริงๆ

พอเดินหน้าไปได้ซักพัก กอนตะก็หยุดเดิน แล้วดมฟุดฟิดตรงนั้นตรงนี้อยู่ราวกับกำลังกวาดสายตามองไปรอบๆ

 

[หน้า 297]

พอหยุดกึกลงไป กอนตะก็วิ่งเข้าไปในพุ่มไม้ทันที

“อ๊ะ”

ทั้งสองมองหน้ากัน ไม่รู้จะทำยังไงดีกับเรื่องที่เกิดขึ้นโดยไม่ทันได้ตั้งตัว

พอตามเข้าไปทีหลังก็พบว่าทัศนวิสัยได้เปิดกว้างขึ้นกะทันหัน

“กอนตะ”

เบื้องหน้าของกอนตะที่ส่งเสียงคำรามมีทานูกิร่างเล็กอยู่

ร่างย้อมไปด้วยเลือด เลือดที่แห้งแล้วกลายเป็นสีแดงเข้มติดอยู่

ข้างๆมีร่างของทานูกิที่ตัวเล็กลงไปอีก

ตกใจอ้าปากค้างกับร่างที่อ่อนแอนั้นโดยไม่ได้ตั้งใจ

“อะไรกันเนี่ย……นั่น บาดเจ็บหนักมากเลยไม่ใช่เหรอไง รอดมาได้ดีจริงๆเลยนะ……”

ซาจิโกะพูดพึมพำขึ้นมาอย่างตกตะลึง

โชวโกะเองก็คิดว่าเป็นไปตามนั้น ด้วยบาดแผลขนาดนั้น ไม่มีทางที่จะมีชีวิตอยู่ได้ ถ้าอย่างนั้นแม่ลูกนั่นก็อาจจะเป็น……

“ยามาวาโระแม่ลูกงั้นเหรอ……?”

พยายามปกป้องลูกอยู่งั้นเหรอ เลยกำลังขู่พวกโชวโกะอยู่อย่างสุดความสามารถ

หยุดนิ่งไปพร้อมกับเสียงคำรามของกอนตะก็จริง แต่ก็เป็นความดุเดือดขนาดที่ถ้าไม่ได้ถูกคำรามใส่ก็ท่าทางจะเข้ามาโจมตีใส่เดี๋ยวนี้เลย

 

[หน้า 298]

“อะ เอ่อ คือว่านะ ถ้าไม่ พยาบาล ล่ะก็”

ตั้งใจจะพูดให้อ่อนโยนมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่เสียงก็สั่นจนได้ เรื่องอย่างถูกพุ่งความเป็นศัตรูอย่างรุนแรงใส่นั้นไม่เคยประสบมาก่อนจนถึงตอนนี้

“เดี๋ยว หยุดเลยนะยะ”

ถูกซาจิโกะดึงแขน

ขาขัดกันจนเกือบจะล้ม แต่ก็หยั่งเท้าไว้ได้

“แต่ว่าปล่อยไว้ไม่ได้”

“นั่นก็ใช่อยู่หรอก !  แต่เจ้านั่นกำลังโกรธสุดๆไปเลย !”

“เพราะแบบนั้นนี่ล่ะ !  ถึงได้ปล่อยไว้ไม่ได้”

ก้าวออกไปหนึ่งก้าวทั้งที่ยังถูกคว้าแขนไว้อยู่

ส่งเสียงคำรามอย่างรุนแรงตอบสนองต่อท่าทีนั้น

“อันตราย”

ทานูกิย่อตัวลงทำท่าจะกระโจนออกไป ตอนที่เห็นแบบนั้นก็พุ่งเข้ามาราวกับเป็นกระสุนสีดำแล้ว

วิ่งตรงเข้ามาหาโชวโกะ แล้วก็ชนเข้ากับกอนตะที่กระโจนออกมาราวกับเป็นลูกศรสีทองเช่นกัน

 

[หน้า 299]

“กอนตะ”

กลับตัวกลางอากาศแล้วลงสู่พื้นตรงหน้าโชวโกะราวกับยืนขวางไว้

ในทางกลับกัน ทานูกิที่ทั้งร่างเต็มไปด้วยบาดแผลนั้นร่วงลงกลิ้งไปกับพื้น

“ไม่ได้นะ”

ได้รับคำสั่งให้หยุด ทำให้กอนตะซึ่งทำท่าจะกระโจนเข้าใส่หยุดเคลื่อนไหว

“ไม่เป็นไรหรอก……ต้องยอมเข้าใจแน่ๆ”

“โชวโกะ เดี๋ยวสิ !”

เอาเป้ที่สะพายไว้ที่หลังลง จากนั้นก็หยิบผ้าขนหนูออกมาจากข้างใน

“เอ่อ ถ้าจำไม่ผิด……ทำแบบนี้……”

เสียงหัวใจรุนแรงขึ้น

ดังโลดเต้นสะท้อนไปมาภายในหูดังตึกตักๆ

เหมือนกับว่าตัวของตัวเองนั้นได้กลายเป็นหัวใจขนาดใหญ่ไปซะแล้ว และข้างหน้าก็ค่อยๆมืดขึ้นเรื่อยๆ

ความรู้สึกที่เรียกว่าความกลัวกับความรู้สึกที่อยากจะหนีนั้นได้เริ่มแผ่ขยายไปทั่วร่างกายจนขาสั่น

“ทำ แบบนี้……”

ตอนที่โคสุเกะผู้เป็นลูกพี่ลูกน้องยืนขวางหน้าสัตว์ประหลาดในภูเขาน่าจะน่ากลัวกว่าแน่ๆ

คอยปกป้องโชวโกะที่ได้แต่ตัวสั่นและร้องไห้

 

[หน้า 300]

ขอแค่มีแม้เพียงเศษเสี้ยวของความกล้าหาญที่เห็นในตอนนั้นอยู่ด้วยล่ะก็ จะต้องไม่กลัวแน่ๆ

------สั่นไหวอย่างรุนแรงภายในอกดังตึกตักๆ

สัตว์ได้กลายเป็นยามาวาโระ และกำลังมุ่งความเป็นศัตรูไปหามนุษย์ ความน่าสะพรึงกลัวของมันกับความคมของเขี้ยวและกรงเล็บนั้น โชวโกะซึ่งเป็นผู้เกี่ยวข้องโดยตรงรู้ดี

คดีจบไปแล้วตอนหน้าร้อน ทั้งๆที่เป็นแบบนั้น ถ้ามาบาดเจ็บหรือเป็นอะไรที่นี่ล่ะก็ทุกคนจะเสียใจ สัญญาไปแล้วด้วยว่าจะไม่ทำเรื่องอันตราย เพราะแบบนั้นตอนนี้ไม่จำเป็นต้องฝืนอะไร

ทั้งๆที่น่าจะเป็นแบบนั้นแท้ๆ

“ไม่เป็นไรหรอก”

คราวนี้สามารถพูดได้อย่างมั่นคง

“โชวโกะ……”

ปล่อยมือซาจิโกะ แล้วเข้าไปใกล้สัตว์ที่ร้องคำรามทั้งที่ยังสั่งให้กอนตะหยุดนิ่งอยู่

น่ากลัวไม่ผิดแน่ ทั้งเขี้ยวทั้งกรงเล็บนั้นเพียงพอที่จะทำอันตรายตนเองได้

แต่ที่กลัวที่สุดไม่ใช่เรื่องนั้น

นึกเรื่องที่ถูกให้ดูส่วนหนึ่งของสิ่งที่ตัวเองทำให้เกิดขึ้นในคดีเมื่อฤดูร้อน แล้วก็สบายใจอยู่ที่ไหนซักแห่งภายในใจว่ามันจบลงไปแล้วขึ้นมาได้ นั่นเป็นสิ่งที่กลัวที่สุด

“……ขอโทษนะ……”

 

ตอนถัดไป

Comment

Comment:

Tweet