Tasogare no Sinsemilla -Haru no Hizashi to-

posted on 01 Mar 2015 01:15 by vermillionend in Translation

         เนื่องจากมินางามิ ซาคุยะ ตัวละครน้องสาวจากเกม Tasogare no Sinsemilla ได้อันดับที่ 1 ในผลโหวตตัวละครยอดนิยมของเกม Tasogare no Saki ni Noboru Ashita ซึ่งเป็น Fandisc ร่วมระหว่างเกม Miageta Sora ni Ochiteiku, Concerto Note และ Tasogare no Sinsemilla ทางค่าย Applique จึงเขียน Short Story เรื่องนี้ขึ้นมาให้เธอครับ และนี่ก็เป็นงานแปลชิ้นสุดท้ายเกี่ยวกับเกม Tasogare no Sinsemilla ที่ผมจะทำ

         ซาคุยะจังเคยได้อันดับ 1 ในผลโหวตตัวละครยอดนิยมทั้งหมด 4 ครั้ง ครั้งแรกคือก่อนเกม Tasogare no Sinsemilla วางจำหน่าย, ครั้งที่สองคือหลัง Tasogare no Sinsemilla วางจำหน่าย, ครั้งที่สามคือผลโหวตของเกม Tasogare no Saki ni Noboru Ashita โดยแยกเป็นสาขาตัวละครชาย สาขานางเอก และสาขาตัวละครประกอบ(ซาคุยะจัดอยู่ในสาขานางเอก จึงได้ที่ 1 ในสาขานางเอก), ครั้งที่สี่คือผลโหวตตัวละครยอดนิยมทั้งหมดที่โผล่มาในเกม Tasogare no Saki ni Noboru Ashita

 


คำเตือน : เกิน 25% เป็นการดำน้ำ
แปลมาจากเว็บหลักของเกม (Applique)

 
黄昏のシンセミア ~春の日差しと~
Tasogare no Sinsemilla ~Haru no Hizashi to~
ซินเซมิลล่าแห่งยามสนธยา ~แสงตะวันในฤดูใบไม้ผลิ~
 

------ฤดูใบไม้ผลินอนหลับไม่เห็นตะวัน

ทุกปี พอถึงฤดูนี้ก็จะได้ตระหนักถึงเรื่องนั้น

อากาศในฤดูใบไม้ผลิทำให้รู้สึกสบายจนอยากจะจมอยู่ในห้วงนิทราอันเงียบสงบตลอดไป

บนเตียงตอนเช้านั้นแน่นอนอยู่แล้ว และถึงจะเป็นโซฟาในห้องนั่งเล่นก็ไม่ต่างกัน

ตอนนี้เองก็กำลังเคลิ้มหลับอยู่อย่างเกียจคร้าน

ล่องลอยอยู่ในโลกที่ไม่อาจแยกความฝันกับความจริงได้

“นี่ มันเกะกะนะคะ รีบๆตื่นซะทีเถอะค่ะ

“แค่กๆๆๆๆ”

หายใจ ไม่ออก

ที่ทำลายการพักผ่อนอันแสนสงบแบบนั้นคือเสียงเอือมระอาของน้องสาวกับอะไรซักอย่างที่กำลังดูดอยู่ตรงปาก

“แค่ก !  แค่ก !”

เอาสิ่งนั้นที่กำลังดูดอย่างรุนแรงดังฟู่ๆๆๆๆ……ออกไป แล้วไอออกมาแรงๆ

“เครื่องดูดฝุ่นน่ะปิดซะ เครื่องดูดฝุ่นน่ะ”

“เพราะเป็นคนชวนให้มาทำความสะอาดเองแท้ๆ แต่กลับนอนไม่ยอมตื่นค่ะ”

ซาคุยะพูดออกมาตรงๆอย่างเอือมระอา แล้วเริ่มทำความสะอาดห้องต่อ

“บ้าเอ๊ย……ถ้าจะทำแบบนี้ล่ะก็ แค่จูบที่เต็มไปด้วยความรักก็พอแล้วแท้ๆ”

“ถ้าต้องการให้ดูดแรงๆล่ะก็ ได้ทุกเมื่อเลยนะคะ”

“……เกรงใจแล้วครับ”

เบนสายตาหนีเครื่องดูดฝุ่นที่ซาคุยะหันมา แล้วเดินไปล้างหน้าที่อ่างล้างหน้า

 

เปิดก๊อกน้ำ แล้วล้างฝุ่นที่ติดมากับเครื่องดูดฝุ่นออกไปพร้อมกับความง่วง

ชีวิตมหาวิทยาลัยก็เข้าสู่ปิดเทอมฤดูใบไม้ผลิแล้ว ซาคุยะที่เป็นน้องสาวเองก็กลับมาบ้านแล้วเช่นกัน

ที่ผ่านมาใช้เวลานอนกลิ้งไปกลิ้งมาอย่างเอื่อยเฉื่อย แต่ตั้งแต่บ่ายเป็นต้นไปจะมีแขกมา แล้วที่ประกาศว่าจะทำความสะอาดห้องก็คือคืนเมื่อวาน

ซาคุยะไม่ถูกกับตอนเช้าสุดๆ แต่ถ้าตื่นมาครั้งนึงแล้วจะกระปรี้กระเปร่าดี

“พี่คะ ขอเวลาแป๊บนึงได้รึเปล่าคะ ?”

“มีอะไรเหรอ”

คราวนี้ไม่ใช่เครื่องดูดฝุ่น แต่ถือผ้าขี้ริ้วมาในมือข้างหนึ่ง

พอมองดูดีๆก็พบว่าซาคุยะใส่ผ้ากันเปื้อนและผูกผ้าคลุมผมไว้อยู่

คงใส่เพื่อทำความสะอาด แต่ชุดนั้นเข้ากับรูปลักษณ์ภายนอกของซาคุยะได้ดีเกินไป

“……เธอ พอใส่ชุดนั้นแล้วเหมือนคุณป้าตักอาหารในโรงเรียนเลยนะ”

“เสียมารยาทนะคะ ยังอยู่ในวัยพี่สาวอยู่เลยค่ะ”

“แล้วมีอะไรงั้นเหรอ ?”

“ข้าวเย็นจะเอายังไงดีคะ ?  อุตส่าห์มาทางนี้ทั้งนี้ คิดว่าทานข้างนอกอาจจะดีกว่าทำเองก็ได้ค่ะ”

“……คนๆนั้นคงไม่เคยกินอาหารโตเกียวเท่าไรด้วยสิน้า”

จินตนาการภาพหญิงสาวผมเงินที่ยิ้มอย่างร่าเริงอยู่เสมอในใจ

คุณกิงโกะมักจะโผล่มาในจังหวะที่ไม่คาดคิด แต่ศูนย์กลางของการใช้ชีวิตก็คือหมู่บ้านมินาคามิ

คงแทบไม่ได้มาโตเกียวเลยด้วย แต่ไหนแต่ไรมีธรรมเนียมกินข้าวนอกบ้านรึเปล่าก็ยังน่าสงสัย

“แล้วก็ ผ้าปูเตียงสำหรับแขกที่เก็บไว้ในตู้เก็บที่นอนน่ะค่ะ เก่านิดหน่อยจนสีเปลี่ยนแล้วค่ะ ถึงล้างไปก็ไม่ออก ทางนี้ซื้อใหม่อาจจะดีกว่าก็ได้นะคะ”

“ท่าทางนั่นจะเป็นเรื่องด่วนซะมากกว่านะ……”

จะให้แขกที่อุตส่าห์มาไปนอนในที่ๆเหม็นอับก็คงไม่ได้

“เข้าใจแล้ว ไปซื้อของกันเถอะ แล้วก็กินมื้อกลางวันของพวกเราไปด้วยเลยเป็นไง”

“นั่นสินะคะ จะให้ครัวที่เพิ่งล้างเสร็จสกปรกก็อยู่รู้สึกยังไงๆอยู่ด้วย”

 

ออกไปข้างนอกกับซาคุยะ

ตอนนี้พ่อไปสำนักพิมพ์ กว่าจะได้กลับก็ตอนกลางคืน

บ้านที่โตเกียวห่างไกลจากหมู่บ้านมินาคามิ การเดินผ่านเมืองไปสถานีมิทากะด้วยกันกับซาคุยะเองก็เป็นเรื่องที่ไม่ได้ทำมานาน

“โทษทีนะที่สุดท้ายแล้วก็ให้ทำทุกอย่างเลย”

“เป็นอย่างนั้นจริงๆนั่นล่ะค่ะ ช่วยพิจารณาตัวเองด้วยนะคะ”

“กำลังสำนึกอยู่……”

ก้มหน้าเล็กน้อย

คิดข้ออ้างได้ว่าแสงแดดของฤดูใบไม้ผลินั่นล่ะที่ผิด แต่แน่นอนว่าเรื่องแบบนั้นก็เป็นแค่การแก้ตัว

“ล้อเล่นค่ะ ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ……หรือควรบอกว่าเป็นเพราะรู้ว่าเมื่อวานพี่เก็บกวาดจนดึกดื่นเพื่อไม่ให้หนูต้องทำค่ะ”

“ระ เรื่องอะไรกันน้า”

“ไม่เห็นต้องกลบเกลื่อนอะไรก็ได้ไม่ใช่เหรอไงคะ พอตื่นเช้ามาก็พบว่าที่ส่วนใหญ่สะอาดอยู่แล้ว มองแวบเดียวก็รู้แล้วค่ะ ที่นอนอยู่บนโซฟาเองก็เพราะเรื่องนั้นสินะคะ”

“……ก็นะ นิดหน่อยน่ะ แต่เป็นเพราะอากาศที่ชวนให้หลับสบายด้วยไม่ผิดแน่”

“เรื่องนั้นก็รู้อยู่แล้วค่ะ”

ยื่นมือขึ้นไป แล้วแหงนหน้ามองฟ้า

ช่วงซากุระบานก็ใกล้จบลงแล้ว ท้องฟ้าที่พายุฤดูใบไม้ผลิผ่านพ้นไปนั้นมีสีฟ้าแผ่ขยายออกไปเป็นผืนเดียว
“ถึงจะไม่เท่าท้องฟ้าของหมู่บ้านมินาคามิก็เถอะ แต่สวยจังเลยนะคะ”

“นั่นสินะ”

ที่เดินกลางโตเกียวกับซาคุยะแบบนี้เองก็ไม่ได้ทำมานานพอตัว

หลังๆมานี้มีโอกาสนัดเจอกันที่หมู่บ้านมินาคามิมากกว่า

ทั้งๆที่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งนับจากที่ย้ายมาทางนี้ในตอนเด็ก แต่ที่รู้สึกแปลกใหม่อย่างน่าประหลาดอาจเป็นเพราะเรื่องนั้น

“คุณพ่อก็ไม่ได้ตามมาด้วยสินะคะ อุตส่าห์มีแขกมาทั้งที”

“เรื่องนั้นกลับกันเลยต่างหาก”

ซาคุยะเอียงคอด้วยความสงสัย

ที่จบการศึกษาจากโรงเรียนแล้วกลับมาทางนี้นั้นเป็นเรื่องเมื่อไม่กี่วันก่อน

“พอรู้ว่าคุณกิงโกะจะมาโตเกียวก็รีบสะสางงานให้เสร็จเลยล่ะ ……ก็ ถ้าถามเรื่องเกี่ยวกับนางฟ้าหรือเชื้อสายตระกูลมินางามิซึ่งได้ยินเพียงผิวเผินจากแค่ที่พวกเราเล่าอย่างเดียวได้โดยตรงล่ะก็ คงจะมีความตั้งใจอยู่แล้วน่ะนะ แต่พ่อน่ะไฟแรงสุดๆไปเลยล่ะ”

“แปลว่าวันนี้ก็เพิ่งทำงานเสร็จเหรอคะ”

“เพราะพยายามเพื่อให้ทันกับวันนี้ เลยน่าจะเสร็จแบบเฉียดฉิวพอดีซะมากกว่า แต่มีแววว่าจะเหนื่อยเกินไปจนไม่มีเวลาว่างคุยแบบสบายๆแล้วก็เข้านอนเลยน่ะนะ”

“……สมกับเป็นคุณพ่อจริงๆนะคะ”

รู้สึกจะได้ยินเสียงดังแว่วๆมาว่า “คล้ายกับพี่มากเลยนะคะ” แต่จะทำเป็นไม่ได้ยินละกัน

“แล้วทำไมทางคุณกิงโกะถึงได้มาโตเกียวเหรอคะ ?  มีคดีอะไรเกิดขึ้นทางนี้รึเปล่าคะ”

“พี่เองก็ไม่ได้ยินเรื่องนั้นเหมือนกัน……อาจจะมีเหตุผลผิดคาดอย่างอวยพรที่ซาคุยะจบการศึกษาก็ได้นะ”

“เป็นไปไม่ได้หรอกค่ะ มาด้วยเรื่องแค่นั้นน่ะ……”

“รวมเรื่องตรงจุดนั้นไว้ด้วยแล้วลองไปถามเจ้าตัวทีหลังก็ได้นี่”

 

มาถึงสถานี

จากสถานีมิทากะของ JR ถึงคิจิโจจินั้น ถ้านั่งรถไฟสายจูโอจะห่างกันแค่หนึ่งสถานี

ถ้าจะทานข้าวข้างนอกล่ะก็ ทางนี้ที่มีร้านอาหารเยอะจะสะดวกกว่าในหลายๆด้าน

เดินรอบๆโซนที่มีหลังคาโค้งหน้าสถานี ซื้อผ้าปูที่นอนแล้วค่อยหาร้านที่เหมาะกับมื้อกลางวัน

ใช้โอกาสนี้เดินหยอกล้อกันไป ดูร้านที่นานๆมาทีด้วยกันสองคนกับซาคุยะไปในตัว

------แล้วก็บังเอิญไปเห็นผมสีเงินซึ่งแม้แต่ที่โตเกียวยังหาดูได้ยากเข้าโดยไม่คาดคิด

“…………เอ๊ะ ?”

ยืนนิ่งให้กับอาการตกใจโดยไม่ตั้งใจ

ซาคุยะที่อยู่ข้างๆเองก็หยุดเดิน------แล้วมองไปทางที่ผมมองด้วยท่าทางตกใจเช่นกัน

“อืม อืม~ นี่ก็ไม่ได้งั้นเหรอ……”

กำลังส่งเสียงอืมๆอยู่คนเดียวไป มองตู้โชว์หน้าร้านไป

สีผมที่สะดุดตาเหมือนจะดึงดูดสายตาผู้คน คนที่ผ่านไปผ่านมากำลังมองเธออยู่

“พะ พี่คะ นั่นน่ะ หรือว่า……”

“……ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ที่จะดูผิดหรอกนะ……แต่ยังไงคนแบบนั้นก็ไม่น่าจะมีคนอื่นแล้วล่ะ”
“สินะคะ…….”

เข้าไปใกล้คนๆนั้นอย่างกล้าๆกลัวๆ

ไม่มีท่าทีรู้สึกถึงพวกเราเลย ดูเหมือนจะกำลังจดจ้องกับสินค้าที่เรียงรายอยู่ตรงหน้าร้าน

“เอ่อ……คุณ……กิงโกะ ?”

พอส่งเสียงทักเบาๆ ก็ตกใจสะดุ้ง

แล้วก็------

ก๊อง !

“อู…ย…”

เอาหัวไปชนกับกระจกที่อยู่ตรงหน้าเต็มแรง

“ปะ เป็นอะไรรึเปล่าครับ !?”

“จู่ๆอย่าทำให้ตกใจสิ โธ่……”

ที่ทักท้วงมาโดยน้ำตาคลอเบ้าคือสาวงามผมสีเงินตาสีแดงผู้มีรูปร่างหน้าตาสวยได้รูปจนน่าตกใจ……ไม่ต้องสงสัยเลย ใช่คุณกิงโกะแน่นอน

“ทะ ทำไมถึงมาอยู่ในที่แบบนี้”

“เป็นคำพูดของทางนี้ต่างหากล่ะ โธ่”

ทักท้วงมาโดยน้ำตาคลอเบ้า

มีความตกใจในหลายๆความหมายผสมปนเปกันจนเอ่ยออกมาเป็นคำพูดได้ไม่ดีเท่าไรนัก

“ยังไงก็เถอะ เปลี่ยนที่กันไหมคะ ?  ตรงนี้มีสายตาคนอื่นอยู่ด้วย”

“……นั่นสินะ……”

* JR ย่อมาจาก Japan Railway Group ซึ่งหมายถึงกลุ่มบริษัทรถไฟญี่ปุ่น เป็นกลุ่มที่ประกอบด้วยบริษัทรถไฟฟ้า 7 บริษัท

 

หลังจากนั้นก็พาคุณกิงโกะมาเข้าร้านอาหารใกล้ๆ

พอเข้าไปในร้านที่เปิดเครื่องปรับอากาศอยู่ และได้รับการพาไปยังที่นั่ง คุณกิงโกะก็นำผ้าเย็นที่ได้มาแปะหน้าผาก

“อูย~~ ไม่ได้ถูกเล่นงานทีเผลอมานานแล้ว ตกใจจริงๆเลยล่ะ”

“รู้สึกผิดคาดด้วย แต่ก็พูดได้ว่าสมกับเป็นคุณกิงโกะด้วย เป็นความรู้สึกที่ยากจะบรรยายครับ”

“แต่ก่อนอื่น ไม่ได้เจอกันนานเลยนะคะ มาถึงโตเกียวแล้วสินะคะ”

“เมื่อกี้กำลังดูของฝากที่จะซื้อไปให้ทุกคนอยู่ แต่ไม่รู้เลยว่าจะซื้ออะไรดี จะว่ายังไงดีนะ เพราะมีแต่ของที่ท่าทางจะหาซื้อทางนั้นได้ด้วย เลยตัดสินใจไม่ถูกว่าจะทำยังไงดีน่ะ”

“อืมม ตราบใดที่ไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวก็เป็นไปไม่ได้ที่ของที่ขายจะต่างกันทันทีสินะครับ”

ถ้าพาไปที่อย่างอาซากุสะหรือหอกระจายคลื่นที่เพิ่งสร้างเสร็จใหม่ๆ(หมายถึงโตเกียวสกายทรี)ก็คงจะหาของที่ท่าทางจะใช้เป็นของฝากได้ล่ะมั้ง

พรุ่งนี้ไปทางนั้นอาจจะดีก็ได้

“แล้ว ?  ที่ว่าไม่สมกับเป็นฉันเนี่ย ทำไมงั้นเหรอ ?”

“หืม ?  อ๊ะ เปล่าครับ คุณกิงโกะเนี่ย เมื่อกี้ให้ความรู้สึกว่ามีแต่ช่องว่าง ปกติจะให้ความรู้สึกว่าไม่มีช่องโหว่ เลยรู้สึกว่าถึงจะทักไปก็ยังนิ่งได้ไม่ตกใจน่ะครับ”

“อ๊ะ……เป็นแบบนั้นหรอกเหรอ”

ดื่มน้ำด้วยท่าทางไม่สบายใจ

“ปกติจะใช้ผ้าคลุมนางฟ้าเป็นเซ็นเซอร์จับสัญญาณน่ะ เลยแค่รับรู้คนที่อยู่ใกล้ๆได้เฉยๆ วันนี้คนเยอะเกินไป เลยแทบไม่ได้ใช้ผ้าคลุมนางฟ้ากับทางนั้น แล้วแบ่งมาใช้ทำให้ตัวตนของฉันจางลงแทนน่ะ”

“ก็เลยเป็นแบบนั้นเหรอครับ”

แม้จะชำเลืองมองคุณกิงโกะ แต่คนอื่นนอกจากพวกเราก็ผ่านเลยไปทันที

ทั้งที่ถ้าเกาะกระจกหน้าร้านขนาดนั้น พนักงานที่อยู่ข้างในน่าจะออกมาแล้ว แต่ก็ไม่ได้เกิดเรื่องแบบนั้นขึ้น

“นอกนั้น ตอนอาบน้ำเองก็ต้องถอดออก เวลาแบบนั้นบางทีก็เลยมีตกใจบ้าง”

“อย่างนี้นี่เอง ช่วงที่มาพักช่วยกรุณาระวังอย่างถี่ถ้วนด้วยนะคะ”

“ไม่แอบดูหรอกน่า !”

“แน่นอนว่าเรื่องนั้นหนูรู้อยู่แล้วนะคะ ?  แหมๆพี่คะ นึกอะไรได้หรือมีอะไรยังไงกันเหรอคะ ?”

“อึก……”

ถึงพูดอะไรกลับไปก็มีแต่จะทำให้แก้ตัวลำบากขึ้นเท่านั้น เลยแค่ส่งสายตามองซาคุยะไว้ก่อน

คุณกิงโกะยิ้มเจื่อนๆเล็กน้อยและหน้าแดง แต่ก็เปลี่ยนท่าทีใหม่แล้วควานหาถุงกระดาษที่วางไว้ข้างตัว จากนั้นก็ยื่นห่อนั้นมาให้ซาคุยะ
“เอ้า ซาคุยะจัง รับนี่ไปสิ”

“อ๊ะ ค่ะ ขอบคุณค่ะ ว่าแต่ นี่คืออะไรเหรอคะ…… ?”

ดูเหมือนจะไม่ใช่ของที่ใหญ่เป็นพิเศษอะไร และเมื่อดูจากที่ยกขึ้นมาได้อย่างสบายๆก็ท่าทางจะไม่หนัก

“ไว้ลองเปิดดูทีหลังนะ เป็นของแสดงความยินดีที่จบการศึกษาจากฉันน่ะ”

“เอ๊ะ……จริงๆเหรอคะ ?”

ทำตาโตตกใจแล้วหันมามองหน้าผม

คำว่าความจริงที่ออกมาจากเรื่องโกหกเนี่ย ตรงกับเรื่องนี้เลย

“มีอะไรงั้นเหรอ ?”

“เปล่าค่ะ แค่ระหว่างทางที่มาคุยเรื่องทำนองนั้นกัน แล้วก็……”

“หวา~ กะจะทำให้ตกใจแท้ๆ โดนอ่านทางออกงั้นเหรอ”

“ไม่ใช่แบบนั้นหรอกค่ะ เอ่อ ตกใจค่ะ”

“จะว่ายังไงดี แค่นึกเหตุผลอื่นไม่ออกเฉยๆน่ะครับ ก็เลย……”

ลนลานแล้วปฏิเสธด้วยกันสองคน

ไม่ใช่ว่าอ่านทางการกระทำของคุณกิงโกะได้ แล้วก็ไม่ได้ตั้งใจจะทำแบบนั้นตั้งแต่แรกแล้วด้วย

แค่ล้อเล่นกันเฉยๆ ตกใจที่ไม่คิดเลยว่าจะอุตส่าห์มาอวยพรให้จริงๆ

“ดูเหมือนจะเซอร์ไพรส์ได้สำเร็จนะ แต่ก็ไม่ได้มีความหมายอะไรเป็นพิเศษหรอก อ๊ะ แน่นอน จะพูดว่าสิ่งนี้เองนั่นล่ะที่มีความหมายก็ได้นะ”

“ต้องขอขอบคุณจริงๆค่ะ”

ซาคุยะกล่าวขอบคุณอีกครั้ง แล้วรับของที่ถูกห่อไว้มา

“หรือว่านี่จะเป็นเสื้อผ้าคะ ?”

“อื้ม รู้ดีเลยนะ”

“พอจะรู้ได้จากสัมผัสน่ะค่ะ……แกะดูได้รึเปล่าคะ ?”

“เรื่องนั้นไม่ว่าอะไรหรอกแต่… ไม่สิ ยังไงกลับไปแล้วค่อยแกะน่าจะดีกว่ารึเปล่านะ ?  ใส่แล้วเข้ากันแน่นอน ไม่ต้องกังวลก็ได้”

“เข้าใจแล้วค่ะ ขอบคุณค่ะ”

กล่าวขอบคุณอีกรอบ แล้ววางไว้ข้างตัว

“อา~ ดีจังเลย กำลังลังเลอยู่นิดหน่อยเลยว่าจะพูดแล้วยื่นให้ยังไงดี แม้แต่ตัวเองก็ยังคิดว่ากะทันหันเลยล่ะนะ”

“ไม่เลยค่ะ เรื่องนั้น……เอ่อ ขอโทษค่ะ”
“ไม่ใช่เรื่องที่ต้องขอโทษหรอก ก็เป็นอย่างนั้นจริงๆด้วย แล้วที่ผ่านมาก็ไม่เคยฉลองแสดงความยินดีอะไรให้ทั้งสองคนเลยใช่มั้ยล่ะ ?”

“นั่นมันก็จริงอยู่หรอกครับ แต่……”

หรือควรจะบอกว่าที่ได้รู้จักกับคุณกิงโกะก็เป็นเรื่องเมื่อสองปีนี้เอง

ทางนั้นรู้จักพวกเรามาตั้งแต่ตอนที่เกิดมาแล้ว เลยอาจจะคิดว่าการฉลองให้ตามโอกาสต่างๆเป็นเรื่องธรรมดาก็ได้ แต่แม้จะเป็นญาติห่างๆ แม้จะเป็นเพื่อนของแม่ ก็ไม่มีหน้าที่ต้องทำถึงขนาดนั้นแน่ๆ

ถ้าจะมีล่ะก็มีแค่น้ำใจของคุณกิงโกะเท่านั้น และตอนนี้ก็รับรู้ได้ถึงสิ่งนั้น

เพราะแบบนั้นเลยยิ่งต้องรู้สึกขอบคุณมากขึ้นไปอีก

“นี่ก็เพื่อตัวฉันเองด้วย ไม่ต้องใส่ใจจริงจังก็ได้”

“เพื่อตัวคุณกิงโกะ ?”

“อืม……ก็ จนถึงเมื่อไม่นานมานี้มีเรื่องอะไรหลายๆเรื่อง ในเมื่อจบลงแล้วทั้งทีก็เลยอยากทำอะไรซักอย่างเพื่อเป็นการเริ่มต้นชีวิตใหม่น่ะนะ……ลองคิดแบบนั้นดู แต่ก็ชินกับชีวิตที่อยู่มาจนถึงตอนนั้นไปโดยสิ้นเชิงซะแล้วล่ะ……”

“นั่นเหมือนจะเป็นเรื่องช่วยไม่ได้นะครับ”

คุณกิงโกะ แค่ปีที่ใช้ชีวิตมาเอง อย่าว่าแต่ชีวิตมนุษย์เลย ยาวนานกว่าประวัติศาสตร์ของประเทศส่วนใหญ่ด้วยซ้ำ

แล้วถ้าเป็นขนบธรรมเนียมที่ฝังรากอยู่ล่ะก็ คงจะเปลี่ยนกันไม่ได้ง่ายๆ

“แต่ว่าถ้าเป็นอย่างนั้นจะไม่มีการเปลี่ยนแปลง เลยตั้งใจว่าจะค่อยๆทำเรื่องที่เป็น ‘ธรรมดา’ ไปทีละน้อย”

“พอว่าแบบนั้นแล้ว ?”

คุณกิงโกะที่ผ่านมาก็อาศัยรวมอยู่ในถิ่นอาศัยของมนุษย์ที่ชื่อว่าหมู่บ้านมินาคามิเช่นกัน

คิดว่าป่านนี้ไม่ได้อยู่ในระดับที่จะมาลองทำดูแล้ว แต่……

“ไม่ใช่ยืมพื้นที่การดำเนินชีวิตของมนุษย์แค่เล็กน้อย แต่เป็นการทำเรื่อง “ธรรมดา” ในความหมายที่ใกล้เคียงกับพวกโคสุเกะคุงเข้าไปอีกหน่อยน่ะ ถ้าเรียกว่าคบหาสมาคมกับเพื่อนบ้านอย่างสนิทสนมจะดีรึเปล่านะ……นี่ไง ถ้าอย่างนั้นเรื่องแบบนี้ก็เป็นธรรมดาใช่ไหมล่ะ”

“อ๊ะ เข้าใจแล้วครับ……”

การปะปนอยู่กับมนุษย์กับการสังกัดเป็นสมาชิกของสังคมนั้นแตกต่างกันมาก

อาศัยอยู่ในหมู่บ้านและมีตัวตนอยู่ในตำแหน่งที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของหมู่บ้านมินาคามิก็จริง แต่อย่างที่กล่าวมา คุณกิงโกะไม่ได้เป็นสมาชิกคนหนึ่งของหมู่บ้านจริงๆ

“แต่ยังไงจะให้ฉันใช้ชีวิตอยู่อย่างสง่าผ่าเผยก็เป็นไปไม่ได้อยู่แล้วล่ะนะ เพราะแบบนั้นเลยตั้งใจจะเริ่มจากที่ๆใกล้ตัวขึ้นไปอีกน่ะ”

“อย่างนี้นี่เอง แล้ว…”

“……ก็ลองคิดแบบนั้นดูน่ะ แต่จะไม่เป็นการรบกวนหรอกเหรอ ?”

หันมามองหน้าซาคุยะ

ทางนั้นต่างหากล่ะที่เป็นคำพูดที่ไม่เคยแม้แต่จะลองคิด

“ไม่มีทางครับ”

ไม่มีทางที่จะมีเรื่องแบบนั้นแน่นอน

เพราะตระกูลมินางามิเริ่มต้นโดยมีนางฟ้าเป็นต้นตระกูล เลยไม่มีทางที่พี่น้องของนางฟ้าคนนั้นจะเป็นคนนอกไปได้เลย

นอกจากนี้ ต่อให้ตัวคุณกิงโกะบอกว่าไม่เอา พวกเราก็คิดว่าเธอเป็นคนที่ตัดขาดไม่ได้ไปเรียบร้อยแล้ว

“แน่นอนว่าไม่ใช่แค่ทางนี้ กับพวกคุณซัตสึกิก็ด้วยสินะครับ ?”

“อื้ม หลังๆมานี้ก็ไปรบกวนค้างบ้านซัตสึกิจังนิดหน่อยน่ะ เรื่องในวันนี้เอง ที่จริงก็ไปปรึกษามาน่ะ”

“แบบนี้นี่เอง แล้ว…”

ไอเดียให้เสื้อผ้าเป็นของขวัญเอง อาจจะมาจากคุณซัตสึกิก็เป็นได้

ซาคุยะมีรูปร่างหน้าตาคล้ายแม่มาก

เรื่องนั้น จนถึงคดีฤดูร้อนปีที่แล้วอาจจะเป็นหนึ่งในคำสาปที่เหลือตกทอดมาถึงซาคุยะก็เป็นได้

แต่ตอนนี้ก็ได้ยอมรับสิ่งนั้นด้วย แล้วมีชีวิตอยู่ในฐานะตัวของซาคุยะเอง

ถ้าทั้งสองที่รู้จักคุณแม่ดีเลือกมาให้ล่ะก็ ถึงซาคุยะจะเอามาใส่ก็คงเข้ากัน

“กลับไปแล้วลองใส่ดูเลยได้ไหมคะ ?”

ยิ้มอย่างอ่อนโยนแล้วหันไปถามคุณกิงโกะ

“แน่นอน”

คุณกิงโกะที่ตอบเช่นนั้นกลับไปเองก็มีรอยยิ้มสดใสราวกับทุ่งดอกไม้

 

ที่คุณกิงโกะให้ซาคุยะมาคือชุดวันพีชสีโทนเย็นแบบมีปกเสื้อ ซึ่งชวนให้ดูเป็นผู้ใหญ่กว่าชุดธรรมดาที่ใส่อยู่มาก

ซาคุยะที่มัดผมหางม้านั้นตรงข้ามกับภาพลักษณ์ตอนปกติโดยสิ้นเชิง แต่ก็ใส่เข้ากันได้ดี ไม่ได้รู้สึกขัดๆอะไร

นี่คงจะเป็นชุดที่คุณแม่ชอบแน่นอน แต่ซาคุยะที่ใส่ชุดนั้นคงจะให้ความรู้สึกต่างจากคุณแม่โดยสิ้นเชิง

เรื่องนั้นเจ้าตัวก็เข้าใจอยู่แล้วด้วย และคุณกิงโกะที่ให้มาเองก็รู้

 

แต่ก็ดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นกว่าซาคุยะตอนปกติเล็กน้อย------เข้ากับน้องสาวที่จะกลายเป็นนักเรียนมหาวิทยาลัยตั้งแต่ฤดูใบไม้ผลิปีนี้ได้ดีจนน่าตกใจ

 

 

Comment

Comment:

Tweet